บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว จ.เชียงใหม่
 
 
Custom Search
 


บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท
หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว และชาวเขา 8 ชนเผ่า
อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่


รับทันที ! โปรโมชั่นบัตรเข้าชม “บ้านวังน้ำหยาด” หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว จ.เชียงใหม่
และห้องพัก “วังน้ำหยาด รีสอร์ท” ราคาพิเศษ !
เฉพาะผู้ที่ติดต่อสำรองบัตรเข้าชมหมู่บ้าน/จองห้องพัก
พร้อมกับชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนล่วงหน้าตามเงื่อนไข

ผ่านหมายเลขโทรศัพท์หรือ Line ID ในกรอบทางด้านล่าง ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 61 เท่านั้น !

 


     กะเหรี่ยงคอยาว คือ หนึ่งในกลุ่มชนเผ่าพลัดถิ่นซึ่งอพยพหลบหนีไฟสงครามจากสหภาพเมียนมาร์เข้ามายังประเทศไทย โดยในระยะแรกที่มีการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานเข้ามานั้น กะเหรี่ยงคอยาวจำนวนมากได้รวมตัวพำนักอาศัยอยู่ในละแวก “บ้านน้ำเพียงดิน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน” และ “บ้านท่าตอน จ.เชียงราย” ต่อมาเมื่อสามีของพวกเธอได้ออกตระเวนทำงานรับจ้างทั่วไปเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว จึงเริ่มเกิดการโยกย้ายถิ่นฐานของประชากรกะเหรี่ยงคอยาวกระจัดกระจายเข้าไปยังพื้นที่ส่วนต่างๆ ของประเทศไทยอีกหลายแห่งซึ่ง “บ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่” ก็นับเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีประชากรชาวกะเหรี่ยงคอยาวแท้ๆ พำนักอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_167


..........ความงดงามของวิถีชีวิตชนเผ่าซึ่งยังคงหลงเหลือให้เห็นได้ในปัจจุบัน..........


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_169


.....ยายกับหลานแห่งหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว บ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่.....

 

     บ้านวังน้ำหยาด : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวกลางน้ำตกสวยของ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

     วังน้ำหยาด เป็นชื่อของลำห้วยที่มีตาน้ำอยู่บนสันเขาท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ จากตาน้ำก็ไหลลัดเลาะลดหลั่นลงมากลายเป็นสายน้ำตกเล็กๆ ซึ่งมีความบริสุทธิ์งดงาม และความงดงามอันน่าจดจำดังกล่าวนี้ก็ได้ทำให้ “พี่บัวผาย” และครอบครัวตัดสินใจที่จะเลือกซื้อที่ดินผืนเล็กๆ ติดกับน้ำตกวังน้ำหยาด แล้วพัฒนาจนกลายมาเป็นรีสอร์ทท่ามกลางสายน้ำอันชุ่มชื่นและขุนเขาสีเขียวขจี




วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_240


.........................แคร่ไม้ไผ่กลางสายน้ำภายใน วังน้ำหยาดรีสอร์ท.........................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_223


...................................ร่มรื่น....................ชื่นฉ่ำเย็น...................................



     เป็นเรื่องที่แน่นอนว่าการก่อสร้าง พัฒนา และดูแลรีสอร์ทนั้นจำเป็นจะต้องใช้แรงงานคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวพี่บัวผายจึงตัดสินใจว่าจ้างแรงงานกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขาเผ่าอื่นๆ ซึ่งเข้ามาทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่ในเขตท้องที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อให้ช่วยก่อสร้าง “วังน้ำหยาดรีสอร์ท” ขึ้นโดยได้จัดแบ่งที่ดินบางส่วนให้แก่กลุ่มชาวเขาเหล่านี้ก่อสร้างบ้านพักของครอบครัวอยู่ติดกับเขตพื้นที่ของรีสอร์ท เพื่อช่วยให้สามีของหญิงชาวกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขาเผ่าอื่นๆ สามารถเดินทางมาทำงานในวังน้ำหยาดรีสอร์ทได้อย่างสะดวกสบาย



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_280


...................................แสงเช้า พราวพร่าง กลางไพร...................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_299


.........................กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านวังน้ำหยาด.........................



     จากลักษณะวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขาเผ่าอื่นๆ อีกหลายเผ่า ผู้ชายจะมีหน้าที่ออกไปทำงาน ทำนา ทำไร่ หาเลี้ยงครอบครัว ส่วนผู้หญิงก็จะมีหน้าที่อยู่ดูแลลูกหลาน ทำงานบ้าน ทอผ้า หรือประดิษฐ์ชิ้นงานหัตถกรรมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อใช้ประดับตกแต่งร่างกายตามลักษณะประเพณีนิยมประจำเผ่า .....ทั้งนี้.....ด้วยลักษณะของเครื่องแต่งกายอันงดงามแปลกตา รูปแบบความเชื่อ วิถีชีวิต รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจาก “คนเมือง” โดยทั่วๆ ไป (“คนเมือง” ในที่นี้หมายถึง “ชาวไทยล้านนา” ครับ) จึงทำให้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยือนหมู่บ้านชาวเขาเหล่านี้อยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่ที่ “บ้านวังน้ำหยาด” ก็ต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_366


...................................ยกตะกร้า ตุ๊กตาวัว...................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_398


...................................ทอผ้าแพรพรรณ...................................



     ความเป็นจริงบางประการในอดีต ก็คือ การแวะเวียนมาเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขาของนักท่องเที่ยวในสมัยก่อน บางครั้งก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ขึ้นแก่ชาวเขาภายในหมู่บ้านเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังถือเป็นการรบกวนวิถีชีวิตประจำวันของพวกเขาอีกด้วย จากเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้พี่บัวผายมีแนวความคิดที่จะปรับเปลี่ยน “หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขา 8 ชนเผ่า บ้านวังน้ำหยาด” ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ บนที่ดินส่วนตัวของครอบครัวให้กลายเป็นหมู่บ้านชาวเขาเพื่อการท่องเที่ยว (ที่ดินของรีสอร์ทรวมกับหมู่บ้านชาวเขาเพื่อการท่องเที่ยวมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่) โดยมีการเรียกเก็บค่าบำรุงหมู่บ้านจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเข้าเยี่ยมชม แล้วจึงนำรายได้จากการเข้าเยี่ยมชมมาจัดเป็นสวัสดิการบ้านพักและเงินเดือนให้แก่ครอบครัวชาวเขาซึ่งย้ายเข้ามาอยู่ภายในหมู่บ้านโดยสมัครใจ มีการจัดหาข้าวสารและอาหารต่างๆ ให้ตามความเหมาะสมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ช่วยออกค่าดำเนินการต่ออายุหนังสือเดินทางให้ (ชาวเขาบางชนเผ่าในบ้านวังน้ำหยาดเป็นชาวเมียนมาร์ซึ่งเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงจำเป็นจะต้องมีการต่ออายุหนังสือเดินทางอยู่เป็นระยะๆ แต่ชาวเขาหลายๆ คนก็เป็นผู้มีสัญชาติไทยที่มีบัตรประชาชนตามปกติครับ) นอกจากนี้ชาวเขาทุกๆ ชนเผ่าในหมู่บ้านก็ยังสามารถใช้น้ำในลำห้วยวังน้ำหยาดได้ตามอัธยาศัยแบบฟรีๆ อีกด้วย (.....อย่างไรก็ดี.....ชาวเขาแต่ละครอบครัวจะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าตามหน่วยของเครื่องวัดซึ่งถูกติดแยกเอาไว้ตามบ้านแต่ละหลังเองครับ)



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_365


..........ปฎิทินภาษาเมียนมาร์หรือปฎิทินภาษาไทใหญ่.....ไม่แน่ใจเหมือนกัน ?..........


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_349


...................................อาคารเก่าริมน้ำ...................................




     ในบ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นั้นมีชาวเขาอาศัยอยู่รวมกันทั้งหมดราว 20 – 30 ครอบครัว แบ่งแยกออกเป็น 9 ชนเผ่า ได้แก่ กะเหรี่ยงคอยาว (กะยัน), กะเหรี่ยง, อาข่า (อ่าข่า), ปะหล่อง (ดาละอั้ง), เมี่ยน (เย้า), ลีซู, ม้ง, มูเซอ (ล่าหู่) และกะยอ (คะยอ) ซึ่งถึงแม้ว่าแต่ละชนเผ่าจะมีความแตกต่างกันทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณีนิยม ภาษา การแต่งกาย ฯลฯ หากแต่ทุกๆ คนก็ยังคงสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขภายในหมู่บ้านวังน้ำหยาดแห่งนี้



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_327


........................................ธาราริน........................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_323


........................................ไหลลดหลั่น........................................




     สำหรับกลุ่มประชากรชาวเขาที่มีจำนวนมากที่สุดภายในบ้านวังน้ำหยาด ก็คือ “กะเหรี่ยงคอยาว” หรือ “ชาวกะยัน” ซึ่งบอกได้เลยว่าเมื่อนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปภายในหมู่บ้านจนถึงเขตเพิงขายสินค้าแล้ว ไม่ว่าจะหันไปทางไหนๆ ก็จะได้พบเห็นเด็กๆ หรือหญิงชาวกะเหรี่ยงคอยาวกำลังนั่งกินขนม, เล่นกับเพื่อนๆ, ขายของ, ทอผ้า, หรือพูดคุยสนทนากันเองเป็นภาษาที่คนไทยธรรมดาๆ อาจฟังไม่รู้เรื่อง (.....ตามปกติ.....หากเป็นการสนทนาระหว่างชาวเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวด้วยกันเอง พวกเธอมักจะใช้ภาษาเมียนมาร์ แต่ถ้าจำเป็นต้องพูดคุยกับนักท่องเที่ยว พวกเธอก็จะใช้ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีนในการสนทนาแบบสั้นๆ ครับ) ส่วนชาวเขาเผ่าอื่นๆ อีก 8 ชนเผ่าก็สามารถพบเห็นปะปนอยู่ภายในหมู่บ้านได้บ้างแต่มีจำนวนประชากรไม่มากเท่ากับชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาว ด้วยเหตุนี้นักท่องเที่ยวบางคนจึงนิยมเรียกบ้านวังน้ำหยาดในอีกชื่อหนึ่งว่า “หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_381


....................กิจวัตรประจำวันส่วนหนึ่งของผู้หญิงกะเหรี่ยงคอยาว....................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_379


.............................................คนมีเสน่ห์.............................................



     ทำความรู้จักกับชาวเขาและกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 9 ชนเผ่าแห่งบ้านวังน้ำหยาด

     หากยึดเอาตามคำจำกัดความของหน่วยงานราชการในประเทศไทย “ชาวเขา” จะหมายถึงกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะวัฒนธรรมประเพณีและภาษาพูดเป็นของตนเอง อาศัยอยู่บนเขา ประกอบอาชีพด้วยการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยมีเชื้อสายอยู่ใน 9 เผ่า ได้แก่ กะเหรี่ยง, ม้ง, เมี่ยน, มูเซอ, ลีซอ, อาข่า, ลัวะ, ขมุ และถิ่น ส่วนชนเผ่าอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวถึงข้างต้น เช่น กะเหรี่ยงคอยาว (กะยัน), ลีซู, ปะหล่อง, จีนฮ่อ, คะฉิ่น ฯลฯ จะเรียกว่า “ชนกลุ่มน้อย” หรือ “กลุ่มชาติพันธุ์”.....สำหรับในหมู่บ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ก็จะมีทั้งชาวเขาและกลุ่มชาติพันธุ์อยู่รวมกันทั้งหมด 9 ชนเผ่า ซึ่งเราจะได้ไปทำความรู้จักกับประวัติศาสตร์ความเป็นมารวมถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละชนเผ่าในบทความย่อหน้าถัดๆ ไป




วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_151


...............ช่วงเวลาแห่งการดื่ม (ชาเขียวบรรจุขวด) ด่ำกับเพื่อนพ้อง...............


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_123


.............................................Real & Fake.............................................



     1. กะเหรี่ยงคอยาว (กะยัน) : นอกจากจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในบ้านวังน้ำหยาดแล้ว กะเหรี่ยงคอยาวยังถือเป็นชนเผ่าซึ่งมีลักษณะของการแต่งกายอันโดดเด่นจนยากจะหาใครเสมอเหมือน และเสน่ห์แห่งความแตกต่างดังกล่าวนี้ก็ได้กลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนพวกเธอ ณ บ้านวังน้ำหยาด อยู่เสมอไม่เคยขาดสาย (กะเหรี่ยงคอยาวรวมถึงชาวเขาและกลุ่มชาติพันธุ์ทุกๆ ชนเผ่าซึ่งพำนักอาศัยอยู่ภายในบ้านวังหยาดต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หมู่บ้านแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นในฐานะของหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว และจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมวิถีชีวิตพร้อมทั้งขอพวกเธอถ่ายภาพอยู่ตลอดครับ)



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_303


.........................พาหนะยุคปัจจุบันของชาวเขา.........................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_306


........................................Donation boxes........................................



     .....ตามประเพณีดั้งเดิม.....เด็กหญิงเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวจะเริ่มต้นใส่ห่วงทองเหลืองเอาไว้รอบลำคอตั้งแต่อายุราว 5 – 9 ปี โดยจะมีหมอผีเป็นผู้ทำพิธีกรรมเสี่ยงทายกระดูกไก่เพื่อกำหนดฤกษ์ยามสำหรับวันเริ่มต้นใส่ห่วงทองเหลือง .....เมื่อทราบฤกษ์ยามเสร็จเรียบร้อย.....พ่อแม่ของเด็กหญิงก็จะต้องเป็นผู้ตระเตรียมห่วงทองเหลืองซึ่งขดเป็นวงติดกันประมาณ 6 วง มีความหนาของเนื้อวงขดทองเหลืองแต่ละชั้นราว 1 ซม. ห่วงดังกล่าวข้างตนจะถูกนำไปสวมเข้าทางศีรษะของเด็ก จากนั้นจึงใช้เครื่องมือรัดกระชับห่วงให้มีขนาดที่เหมาะสมกับลำคอ เมื่อเด็กหญิงชาวกะเหรี่ยงคอยาวสวมใส่ห่วงทองเหลืองครั้งแรกเสร็จแล้วต่อไปก็จะมีการถอดเปลี่ยนห่วงชุดใหม่ซึ่งมีจำนวนชั้นของห่วงทองเหลืองเพิ่มขึ้นอีก 3 ชั้น ทุกๆ ช่วงเวลา 3  ปี โดยจะมีการเปลี่ยนเพิ่มชั้นห่วงครั้งสุดท้ายเมื่อผู้หญิงชาวกะเหรี่ยงคอยาวมีอายุราว 25 ปี หรือผู้หญิงคนนั้นแต่งงานมีครอบครัว .....สำหรับชุมชนกะเหรี่ยงคอยาวแห่งบ้านวังน้ำหยาด.....หากมีเด็กหญิงหรือสมาชิกภายในครอบครัวคนใดใกล้จะถึงช่วงอายุที่จำเป็นจะต้องสวมใส่หรือถอดเปลี่ยนชุดห่วงทองเหลือง พ่อแม่หรือผู้ปกครองของหญิงชาวกะเหรี่ยงคอยาวคนนั้นๆ ก็จะมีการติดต่อเชิญหมอผีประจำเผ่าให้เข้ามาช่วยทำพิธีกรรมภายในหมู่บ้าน (ปัจจุบัน.....หมอผีประจำเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่บ้านวังน้ำหยาดแล้วครับ)



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_396


........................................ด้วยรักและผูกพัน........................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_401


.............................................งานในร่ม.............................................



     ห่วงทองเหลืองที่ผู้หญิงเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวสวมใส่เอาไว้โดยรอบบริเวณคอแท้จริงแล้วจะถูกแบ่งออกเป็นขดวงห่วงจำนวน 2 ชุดใหญ่ๆ  โดยขดวงห่วงชุดแรกจะเป็นชั้นห่วงวงกว้างที่สวมใส่เอาไว้ทางด้านล่างเพื่อใช้เป็นฐานถ่ายเทน้ำหนักจากขดวงห่วงชุดบนให้กระจายลงมาสู่บ่าทั้งสองข้างของผู้สวมใส่ ส่วนขดวงห่วงชุดที่สองจะวางซ้อนอยู่ทางด้านบนโดยรอบลำคอยึดกับขดวงห่วงชุดล่างด้วยสลัก ตามปกติเด็กหญิงชาวกะเหรี่ยงคอยาวอายุน้อยๆ ภายในบ้านวังน้ำหยาดจะยังไม่มีการสวมใส่ขดวงห่วงชุดแรกบริเวณเหนือบ่าทั้งสองข้างแต่จะใส่เพียงแค่ขดวงห่วงโดยรอบลำคอเท่านั้น



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_46


.......................................................เกาะกลุ่ม.......................................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_65


.........................เหล่าผู้ที่เป็นดุจดั่งของขวัญแห่งขุนเขา.........................



     เสื้อที่ผู้หญิงชาวกะเหรี่ยงคอยาวแห่งบ้านวังน้ำหยาดนิยมสวมใส่จะมีลักษณะเป็นเสื้อคอ V คลุมหัวไหล่แขนสั้นคล้ายคลึงกับเสื้อของกะเหรี่ยงเผ่าอื่นๆ หากเป็นผู้หญิงเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวที่ยังคงแต่งกายแบบสมัยเก่าจริงๆ ก็จะนุ่งผ้าถุงสีดำยาวแค่ระดับเข่า มีปลอกผ้าสวมบริเวณท่อนขาช่วงล่าง เกล้าผมมวยทรงสูงโพกด้วยผ้าสีสันสดใส ข้อมือสวมกำไลเงิน ใส่ห่วงทองเหลืองรัดเอาไว้บนปลอกผ้าใต้เข่าและเหนือข้อเท้า (แต่ผู้หญิงชาวกะเหรี่ยงคอยาวในบ้านวังน้ำหยาดส่วนใหญ่มักจะสวมผ้าถุงหลากหลายสีสันคลุมยาวไปถึงข้อเท้ามากกว่าที่จะนุ่งผ้าถุงสีดำระดับเข่าครับ) ส่วนผู้ชายชาวกะเหรี่ยงคอยาวมักจะสวมใส่เสื้อผ้าตามสมัยนิยมโดยไม่ได้แต่งกายตามลักษณะวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมอีกต่อไปแล้ว



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_239


........................................บางมุมของน้ำตกวังน้ำหยาด........................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_220


.......................................................ลำดับขั้น.......................................................



     สาเหตุซึ่งทำให้ผู้หญิงในเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวต้องสวมใส่ห่วงทองเหลืองเอาไว้โดยรอบลำคอนั้นมีเรื่องราวเล่าลือสืบต่อกันมาหลายกระแส จนทำให้ยากที่จะสรุปได้อย่างชัดเจนว่าเรื่องราวใดคือความเป็นจริงอันแน่แท้ตามประวัติศาสตร์ของชนเผ่า .....ถึงกระนั้น.....เรื่องราวแห่งความเชื่อเหล่านี้ต่างก็ยังคงมีเสน่ห์อันชวนให้น่าหลงใหล น่าค้นหา และน่าติดตามในหลากหลายแง่มุม ดังเช่นที่ทีมงานเว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม (www.thongteaw.com) ได้สรุปเรื่องราวอันน่าจะเป็นจุดกำเนิดของการสวมห่วงทองเหลืองแยกเอาไว้เป็นหัวข้ออย่างย่นย่อตามรายละเอียดต่อไปนี้



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_414


...............ถึงจะมีไม่มากมาย.....แต่ก็ยิ้มอย่างเป็นสุขได้ถ้าใจพอเพียง...............


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_418


...............จุ๊.....จุ๊.....หนูรู้นะว่ากำลังถูกถ่ายรูป แต่จะเงียบๆ ไว้ไม่บอกใครก็แล้วกัน...............



     เครื่องป้องกันภยันตรายจากภูตผี : .....ว่ากันว่า.....เมื่อครั้งอดีตเนิ่นนานมาแล้วบรรพบุรุษของชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวได้ไปทำให้ภูตผีไม่พอใจ ภูตผีเหล่านั้นจึงส่งฝูงเสือป่าเข้ามากัดกินทำร้ายผู้คนในหมู่บ้านจนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ครั้นเมื่อลองสังเกตดูแล้วก็พบว่าคนส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตมักจะถูกเสือกัดบริเวณลำคอ ด้วยเหตุดังกล่าวผู้นำของชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวจึงกำหนดให้เด็กหญิงและหญิงสาวในเผ่าจะต้องสวมใส่ห่วงโลหะไว้รอบๆ ลำคอเพื่อป้องกันภยันตราย โดยในระยะแรกๆ ชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวจะใช้ทองคำมาทำเป็นห่วง ต่อมาเมื่อทองคำมีราคาสูงและหายากขึ้นจึงมีการเปลี่ยนมาใช้ห่วงทองเหลืองทดแทน



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_421


.........................ทายาทแห่งชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาว.........................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_411


.........................ไก่งามเพราะขน..........คนงามเพราะแต่ง.........................




     เหล่าผู้สืบสายเลือดจากมังกรและหงส์ : ความเชื่ออีกกระแสหนึ่งกล่าวไว้ว่า ชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวสืบเชื้อสายมาจากมารดาซึ่งเป็นมังกรและหงส์ ผู้หญิงในเผ่าจึงต้องสวมใส่ห่วงทองเหลืองรอบคอเอาไว้เป็นชั้นๆ เพื่อให้มีลำคอที่ยืดยาวแลดูสวยงามดุจดั่งมังกรและหงส์

     สิ่งที่ใช้แยกความแตกต่างระหว่างชนเผ่า : เป็นข้อสันนิษฐานของนักวิชาการที่เชื่อว่า การสวมใส่ห่วงทองเหลืองของผู้หญิงในชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวนั้นกระทำไปเพื่อบ่งชี้ถึงความแตกต่างระหว่างตนเองกับผู้หญิงชนเผ่าอื่นๆ เป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการแต่งงานข้ามเผ่า และยังอาจใช้เป็นเครื่องบ่งบอกฐานะทางสังคม รวมถึงประดับตกแต่งให้เกิดความสวยงามอีกด้วย



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_277


.........................ยินดีต้อนรับสู่ บ้านวังน้ำหยาด.........................
หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว กลางสายน้ำตกสวยของ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_289


........................................ความงดงามส่องประกาย........................................



     เครื่องเตือนใจให้กลับไปกอบกู้แผ่นดิน : ตามตำนานเก่าเล่าสืบต่อกันมาว่า ในอดีตอันไกลโพ้น.....ดินแดนของสหภาพเมียนมาร์ในปัจจุบันเคยถูกปกครองโดย “แลเคอ” ชนเผ่านักรบผู้ยึดถือความสำคัญของคำสัตย์เสมอด้วยชีวิต (สันนิษฐานกันว่าชาว “แลเคอ” คือ บรรพบุรุษของชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวซึ่งเคยตั้งถิ่นฐานอยู่ทางตอนกลางของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ต่อมาจึงย้ายลงมาอาศัยอยู่ตามเขตพื้นที่ราบสูงทางตอนเหนือของแม่น้ำสาละวินในรัฐกะยา ประเทศเมียนมาร์ แต่ภายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองและทางรัฐบาลของประเทศเมียนมาร์ได้ตัดสินใจใช้กำลังทหารเข้าจัดการกับปัญหาชนกลุ่มน้อย ชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวจึงจำต้องอพยพหลบหนีกระจัดกระจายไปยังสถานที่หลากหลายแห่งซึ่งก็มีชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวบางส่วนที่อพยพหลบหนีเข้ามายังประเทศไทยบริเวณตะเข็บชายแดนในเขตพื้นที่ของ จ.แม่ฮ่องสอน และค่อยๆ ขยับขยายโยกย้ายถิ่นฐานเข้ามาหางานทำในเขตพื้นที่ต่างๆ จนกระทั่งมีชาวกะเหรี่ยงคอยาวบางส่วนย้ายเข้ามายังบ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ครับ)



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_437


........................................ช่วยคุณแม่เรียงผัก........................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_435


.........................พ่อจ๋า..........วันนี้ได้มากี่ตังค์แล้ว ?.........................



     .....ต่อมา.....ชาวเมียนมาร์ได้ร่วมมือกับชนเผ่าบังการีทำสงครามขับไล่ชนเผ่าแลเคอ ส่งผลให้ราชธิดาของเผ่าแลเคอต้องนำผู้คนในเผ่าอพยพหลบหนีไปยังดินแดนแห่งใหม่ โดยในขณะที่หลบหนีพระองค์ก็ได้นำเอา “ต้นปาดอง” ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของชาวแลเคอติดมาด้วย ครั้นเดินทางมาถึงสถานที่ซึ่งมั่นใจว่าปลอดภัยจากข้าศึกศัตรูแล้ว ราชธิดาแห่งเผ่าแลเคอก็ได้นำเอาต้นปาดองมาพันไว้โดยรอบลำคอพร้อมกับประกาศคำสาบานว่า จะนำเอาต้นปาดองออกจากคอก็ต่อเมื่อสามารถกอบกู้ดินแดนของบรรพบุรุษกลับคืนมาได้ ด้วยเหตุดังกล่าวชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวซึ่งเป็นลูกหลานของชนเผ่าแลเคอจึงนิยมทำพิธีสวมใส่ห่วงทองเหลืองให้กับเด็กๆ ในเผ่าตั้งแต่อายุราว 5 – 9 ปี เพราะเชื่อกันว่าเป็นช่วงอายุที่ตรงกันกับอายุของราชธิดาขณะประกาศคำสาบาน



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_145


...................................ตอนนี้..........เหมือนจะเหงา...................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_133


...................................เด็กเล่น กับ เด็กเรียน...................................



     .....ภายในบ้านวังน้ำหยาด.....เราจะพบเห็นว่าผู้หญิงในเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวที่สวมใส่ห่วงทองเหลืองนั้นมีตั้งแต่เด็กเล็กๆ ไปจนกระทั่งถึงแม่เฒ่าสูงวัย และหากได้ลองสังเกตให้ลึกลงไปอีกหน่อยก็จะพบว่าเด็กหญิงแห่งชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวนั้นไม่ได้มีความยาวของลำคอมากกว่าเด็กธรรมดาทั่วๆ ไปเลยแม้แต่น้อย.....แล้วสาเหตุใดล่ะที่ทำให้สาวๆ รวมถึงแม่เฒ่าในเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวมีลำคอซึ่งดูเหมือนยืดยาวกว่าคนปกติ ? สำหรับคำตอบต่อคำถามข้อนี้สามารถค้นหาได้จากการศึกษาทางวิชาการในอดีตกล่าวคือ เคยมีผู้ที่ทำการถ่ายภาพรังสีโครงกระดูกช่วงลำคอถึงหน้าอกของหญิงชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวเอาไว้แล้วพบว่า ความยาวกระดูกคอทุกๆ ชิ้นของผู้หญิงเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากค่าเฉลี่ยของคนธรรมดาเลย แต่กลับพบความผิดปกติของกระดูกไหปลาร้าและกระดูกซี่โครงส่วนบนที่ทรุดตัวลู่ลงมาตามน้ำหนักของห่วงทองเหลืองซึ่งค่อยๆ ทวีเพิ่มขึ้นและเป็นสาเหตุที่ทำให้ดูเหมือนลำคอของพวกเธอดูยืดยาวกว่าปกตินั่นเอง

     นอกเหนือไปจากภายในเขตพื้นที่บ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่.....ทุกวันนี้เรายังอาจจะสามารถพบเจอกับครอบครัวของชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวได้ ณ สถานที่อื่นๆ บางแห่งอีกเช่น บ้านโต้งหลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่, บ้านห้วยเสือเฒ่า อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เป็นต้น



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_248


.........................ห้องพักแบบเรือนกระจกและสายน้ำตกด้านหน้า.........................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_249


.........................เรื่องของสิ่งที่กำลังตกเป็นกระแส.........................



     2. กะเหรี่ยง : กะเหรี่ยงเป็นกลุ่มชาวเขาที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้อีก 4 กลุ่มคือ สะกอ (บ้างก็เรียก “ปากกะญอ” หรือ “ยางขาว”), โป (“โผล่”)ปะโอ (“ตองสู”) และ บะเว (“คะยา”) เดิมทีบรรพบุรุษของชาวกะเหรี่ยงเคยตั้งรกรากอยู่ในดินแดนแถบมองโกเลีย แต่ต่อมาได้ถูกกองทัพจีนรุกรานจนจำต้องย้ายถิ่นฐานเข้าไปสู่ทิเบต แล้วค่อยๆ ถอยร่นลงใต้ต่อมายังบริเวณพื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำแยงซีเกียง อพยพเรื่อยมาถึงลุ่มแม่น้ำสาละวินจนกระทั่งเกิดความขัดแย้งกับฝ่ายปกครองของรัฐบาลทหารเมียนมาร์ ชาวกะเหรี่ยงบางส่วนจึงตัดสินใจพาครอบครัวเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อราวปลายศตวรรษที่ 18 หลังจากนั้นพวกเขาก็มีการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานกระจัดกระจายตัวเข้าไปยังพื้นที่หลายๆ แห่งและส่วนหนึ่งก็ได้เข้ามาพำนักอาศัยอยู่ ณ บ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_386


........................................สีสันแห่งชีวิต........................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_402


...................................แม่จ๋า..........ดูนี่สิ.....ดูนี่สิ...................................



     การทอผ้าและตัดเย็บชุดเพื่อใช้เองเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานในหมู่ชาวกะเหรี่ยงรวมถึงกลุ่มชาวเขาเผ่าอื่นๆ อีกหลายชนเผ่า เพราะฉะนั้นในขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังเดินชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตประจำวันของเหล่าผู้คนซึ่งพำนักพักอาศัยอยู่ภายในบ้านวังน้ำหยาด จึงสามารถพบเห็นหญิงสาวชาวเขาเผ่าต่างๆ กำลังทอผ้าอยู่ได้เสมอ สำหรับชุดที่ชาวกะเหรี่ยงนำผ้าซึ่งทอเสร็จเรียบร้อยแล้วมาตัดเย็บเพื่อสวมใส่นั้น หากเป็นเด็กหญิงหรือหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานมีครอบครัวก็จะสวมชุดทรงกระสอบซึ่งตัดเย็บมาจากผ้าฝ้ายพื้นสีขาว มีการปักประดับลวดลายบนตัวเสื้อเพียงแค่เล็กน้อย ตัวชุดบริเวณหน้าอกมีลายสีแดงทำเป็นชายครุย



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_427


...............สาวน้อยนักดาบแห่งหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขา 8 ชนเผ่า...............


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_434


.............................................ซ่อนอาวุธ.............................................



     แต่หากเป็นหญิงชาวกะเหรี่ยงซึ่งแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็จะสวมเสื้อแขนสั้นคอ V สีดำ, สีน้ำเงินเข้ม, สีแดงอ่อน, สีน้ำหมาก หรือสีอื่นๆ ตามลักษณะนิยมของชาวกะเหรี่ยงแต่ละกลุ่ม และมักจะใส่ผ้าถุงสีแดงทอเส้นลายพาดขวางยกดอก ยกลาย หรือประดับลูกเดือยเพื่อตกแต่ง โพกศีรษะด้วยผ้าหลากหลายสีสัน (หากเป็นสมัยเก่าหญิงชาวกะเหรี่ยงทั้งที่แต่งงานแล้วและยังไม่ได้แต่งงานจะโพกศีรษะด้วยผ้าฝ้ายสีขาวเดินด้วยลายสีแดงครับ) ส่วนการแต่งกายของผู้ชายชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่จะสวมเสื้อคอ V ยาวถึงสะโพก ทอตกแต่งด้วยแถบสีแต่ไม่มีการปักลวดลายประดับแตกต่างจากเสื้อของผู้หญิงชาวกะเหรี่ยง ผู้ชายชาวกะเหรี่ยงอาจมีการสวมใส่สร้อยลูกปัด กำไลเงิน หรือต่างหูเป็นเครื่องประดับ และใส่กางเกงสะดอ .....อย่างไรก็ดี.....นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นผู้ชายชาวกะเหรี่ยงภายในบ้านวังน้ำหยาดในช่วงเวลากลางวัน เนื่องจากผู้ชายชาวเขาเกือบทุกคนจะออกจากหมู่บ้านไปทำงานรับจ้างแล้วจึงค่อยกลับเข้ามายังบ้านวังน้ำหยาดในช่วงเวลาเย็น



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_455


หมวกขนาดใหญ่ที่ประดับประดาไปด้วยกระดุม เหรียญ ลูกปัด หรือลูกบอลเงิน
คือ หนึ่งในบรรดาเครื่องแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์ของ ชาวอาข่า


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_511


.............................................สมุนไพรตากแห้ง ?.............................................



     3. อาข่า (อ่าข่า) : คำว่า “อาข่า” หรือ “อ่าข่า” สามารถแยกแปลออกมาเป็นความหมายได้ คือ “อา” หรือ “อ่า” หมายถึง “ชื้น” ส่วนคำว่า “ข่า” หมายถึง “ห่างไกล” เมื่อนำทั้ง 2 คำมารวมกันจึงทำให้มีความหมายว่า “ห่างไกลความชื้น” เนื่องจากเรื่องราวเมื่อครั้งอดีตที่กลุ่มชาวอาข่าเคยตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอาศัยอยู่ริมแม่น้ำ แต่ต่อมาได้เกิดโรคระบาดชื่อว่า “มี้หิ” ขึ้นในบริเวณที่พวกเขาตั้งชุมชนอยู่ส่งผลให้มีชาวอาข่าล้มตายไปเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กลุ่มชาวอาข่ามีความเชื่อว่าหากตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้พื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำก็จะส่งผลให้มีโอกาสเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย พวกเขาจึงตัดสินใจอพยพโยกย้ายถิ่นฐานขึ้นไปตั้งชุมชนอยู่บนดอยสูงและสืบทอดความเชื่อเช่นนี้ต่อมาเรื่อยๆ จากรุ่นสู่รุ่น



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_508


.............................................ขายของได้เงินก็ดีใจ.............................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_452


.............................................เย็บปักถักร้อย.............................................



     หลักฐานทางประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่าชาวอาข่ามีภูมิลำเนาดั้งเดิมอยู่ในแถบมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ต่อมาเมื่อถูกรุนรานกลุ่มชาวอาข่าจึงจำต้องอพยพหลบหนีลงใต้เข้าสู่แคว้นเชียงตุง ประเทศเมียนมาร์, แคว้นพงสาลี ประเทศลาว และบางส่วนก็ได้อพยพเข้ามาสู่ประเทศไทยบริเวณดอยแม่สลอง จ.เชียงราย จากนั้นจึงค่อยๆ โยกย้ายถิ่นฐานกระจัดกระจายต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ ทางภาคเหนือ อาทิเช่น แพร่, ตาก, ลำปาง เป็นต้น ครั้นเมื่อวันเวลาล่วงเลยผ่านจึงมีครอบครัวชาวอาข่ากลุ่มเล็กๆ ตัดสินใจเดินทางเข้ามาหางานทำและพำนักอาศัยอยู่ ณ บ้านวังน้ำหยาด



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_178


....................ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเป็นเรื่องธรรมดาของผู้สูงวัย....................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_170


.............................................หัตถกรรมทำมือ.............................................



     ลักษณะการแต่งกายของผู้หญิงชาวอาข่ามีจุดสังเกตซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นอยู่ตรง “หมวก” ที่พวกเธอสวมใส่ เนื่องจากหมวกของผู้หญิงชาวอาข่านั้นมีขนาดใหญ่และจะประดับประดาด้วยกระดุมเงิน เหรียญ ลูกปัด หรือลูกบอลเงิน แตกต่างจากเครื่องประดับศีรษะของชาวเขาและกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด สำหรับเครื่องแต่งกายส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากหมวก.....ผู้หญิงชาวอาข่าจะสวมใส่เสื้อแขนยาวสีดำติดกระดุมเงิน นุ่งกระโปรงสั้นสีดำมีจีบรอบเอว ใช้ผ้าคาดเอวทับกระโปรงแล้วปล่อยชายลงสองข้าง ผู้ชายสวมเสื้อแขนยาวผ่าอกปล่อยชายระดับเอว สวมกางเกงสองหน้าขายาวสีดำ น่าเสียดายที่ปัจจุบันผู้ชายชาวอาข่ารวมถึงผู้ชายชาวเขาและกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ในบ้านวังน้ำหยาดจะไม่นิยมสวมใส่เครื่องแต่งกายประจำเผ่าในชีวิตประจำวันอีกต่อไปแล้ว (แต่ก็จะยังคงสวมใส่เครื่องแต่งกายประจำเผ่าตามวันงานประเพณีสำคัญของเผ่าตนเองอยู่ครับ)



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_175


.........................ชาวอาข่า แห่ง บ้านวังน้ำหยาด.........................





....................เธอเรียกตนเองว่า ดาละอั้ง..........คนอื่นเรียกเธอว่า ปะหล่อง....................



     4. ปะหล่อง (ดาละอั้ง) : ชาวปะหล่องเป็นกลุ่มชาวเขาที่นิยมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส โดยทั่วไปผู้หญิงชาวปะหล่องจะสวมใส่เสื้อเอวลอยผ่าหน้าสีพื้นลักษณะแขนทรงกระบอก ส่วนใหญ่ตัวเสื้อมักเป็นสีแดง สีฟ้า สีน้ำเงิน หรือสีเขียวใบไม้ ตกแต่งสาบเสื้อด้านหน้าด้วยแถบผ้าสีแดง ท่อนล่างนุ่งผ้าซิ่นทอมือสีแดงสลับลายริ้วขาวบางๆ ซึ่งวางขวางลำตัวความยาวจรดเท้า บริเวณเอวสวมวงหวายลงรักแกะเป็นลวดลายหรือบางคนก็ใช้เส้นหวายเล็กๆ ย้อมสีนำมาถักเป็นลาย บ้างก็จะใช้โลหะแผ่นบางสีเงินคล้ายสังกะสีตัดเป็นแถบยาวๆ ตอกลวดลายแล้วขดเป็นวงสวมใส่ร่วมกับวงหวาย ชาวปะหล่องเรียกวงสวมเอวเหล่านี้ว่า “หน่องว่อง” สำหรับผู้ชายชาวปะหล่องแห่งบ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ส่วนใหญ่จะสวมใส่เสื้อผ้าลักษณะเดียวกันกับคนพื้นราบทั่วๆ ไปจนทำให้ยากที่จะแยกความแตกต่างได้



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_350


...................................บริเวณบ้านพักอาศัยของชาวเขา...................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_357


.......................................................คอกหมูป่า.......................................................



     เล่าสืบต่อกันมาว่า.....เดิมทีชาวปะหล่องเคยตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณ “เมืองไทคง” และ “เมืองลูซี” ในเขตปกครองตนเองยูนนาน (ปัจจุบันคือมณฑลยูนนานในสาธารณรัฐประชาชนจีนครับ) ต่อมาได้เกิดการรบพุ่งระหว่างชาวไตเหนือซึ่งจับมือกับชนเผ่าอื่นๆ ทำสงครามขับไล่ชาวปะหล่อง ส่งผลให้กลุ่มชาวปะหล่องต้องอพยพโยกย้ายถิ่นฐานกระจัดกระจายเข้าไปสู่รัฐฉานและรัฐคะฉิ่นในประเทศเมียนมาร์ แต่ภายหลังจากที่รัฐบาลอังกฤษประกาศคืนอำนาจในการปกครองให้แก่สหภาพเมียนมาร์ ชาวปะหล่องและชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ ก็ได้รวมตัวกันจัดตั้ง “แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ” ขึ้นเพื่อต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์ในการปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อย ทำให้รัฐบาลเมียนมาร์ในขณะนั้นตัดสินใจใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามกลุ่มแนวร่วมฯ ดังกล่าว



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_485


..............................................ไกวเปล กล่อมลูก..............................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_478


...............ตามปกติชาวปะหล่อง (หรือดาละอั้ง) จะนิยมสวมใส่เสื้อผ้าสีสดใส...............



     ผลจากการสู้รบกันระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมาร์กับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาตินำมาสู่ความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของทั้งสองฝ่ายเป็นอันมาก ทำให้กลุ่มชาวปะหล่องจำนวนราว 2,000 คนอพยพหลบหนีไฟสงครามย้ายมาพำนักอาศัยอยู่ร่วมกัน ณ บริเวณชายแดนไทย – เมียนมาร์ใกล้ๆ ดอยอ่างขางเมื่อปี พ.ศ. 2527 .....ต่อมา.....พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) มหาราชผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาได้เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนชาวเขาเผ่ามูเซอในเขตพื้นที่โครงการหลวงดอยอ่างขาง ผู้นำชาวปะหล่องคนหนึ่งซึ่งพำนักอาศัยอยู่ในบริเวณเขตชายแดนดังกล่าวจึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มชาวปะหล่องอพยพได้มีโอกาสพำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9)  จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์ผู้อพยพขึ้นที่บ้านนอแล อ.ฝาง จ.เชียงใหม่



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_466


..........ถ้าสังเกตจากวงหวายรอบเอว "หน่องว่อง" ก็ขอสันนิษฐานว่าคุณยายเป็นชาวปะหล่อง..........


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_82


ช่วงกลางวัน..........ผู้ชายชาวเขาส่วนใหญ่จะออกไปทำงานรับจ้างนอกบ้านวังน้ำหยาด



     .....อย่างไรก็ดี.....ด้วยจำนวนของชาวปะหล่องที่มีมากถึงราว 2,000 คน ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกิน ประกอบกับปัญหาจากอิทธิพลของขุนส่าซึ่งค้าฝิ่นอยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกับบ้านนอแล ส่งผลให้กลุ่มชาวปะหล่องส่วนหนึ่งตัดสินใจอพยพโยกย้ายถิ่นฐานกระจัดกระจายกันเข้าไปตั้งบ้านเรือนในพื้นที่อีกหลายแห่งของประเทศไทย ซึ่งครอบครัวชาวปะหล่องบางส่วนก็ได้เข้ามาพำนักอาศัยอยู่ ณ บ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ แห่งนี้

     คำว่า “ปะหล่อง” เป็นภาษาไทใหญ่มีความหมายว่า “บรรพบุรุษผู้ล่องมาตามสายน้ำบนภูเขาสูงอันเยียบเย็น” แต่แท้จริงแล้วชาวปะหล่องจะเรียกตนเองว่า “ดาละอั้ง” หรือ “ดาอาง” ซึ่งหมายถึง “เจ้าแห่งภูผา”



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_363


..............................................รถเด็กเล่น..............................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_360


..............................................รอเจ้าของมาขับ..............................................



     5. เมี่ยน (เย้า) : ชาวเมี่ยนซึ่งพำนักอาศัยอยู่ภายในเขตพื้นที่บ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นั้นมีจำนวนอยู่เพียงแค่ไม่กี่ครอบครัว แต่นักท่องเที่ยวก็ยังสามารถสังเกตเห็นสตรีชาวเมี่ยนได้โดยง่ายจากลักษณะชุดประจำเผ่าที่พวกเธอสวมใส่ ตามปกติผู้หญิงชาวเมี่ยนจะสวมเสื้อคลุมสีดำแขนยาว ชายเสื้อยาวถึงช่วงขาท่อนล่าง บริเวณสาบเสื้อด้านหน้าต่อเนื่องกับช่วงรอบลำคอติดไหมพรมแดงประดับดูโดดเด่น นุ่งกางเกงขายาวสีดำปักลวดลายประณีตทางด้านหน้า มีผ้าคาดเอวหลายทบ บนศีรษะโพกผ้าซ้อนทับกันหลายชั้น ส่วนใหญ่ผ้าโพกศีรษะนี้จะเป็นสีน้ำเงินปนดำหรือสีดำ นิยมสวมใส่เครื่องประดับเงิน เช่น ต่างหู สร้อยคอ กำไลข้อมือ แหวน เป็นต้น.....สำหรับผู้ชายชาวเมี่ยนตามประเพณีดั้งเดิมจะสวมใส่เสื้อสีดำยาวคลุมเอว ลักษณะเป็นเสื้ออกไขว้แบบคนจีนติดประดุมคอและรักแร้ นุ่งกางเกงสีดำยาวขลิบขอบกางเกงด้วยไหมสีแดง แต่ในปัจจุบันเราจะไม่ค่อยพบเห็นผู้ชายชาวเมี่ยนแห่งบ้านวังน้ำหยาดสวมใส่เสื้อผ้าตามลักษณะแบบแผนประเพณีดั้งเดิมอีกต่อไปแล้ว



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_91


..........การรับประทานอาหารแบบขันโตกเป็นวัฒนธรรมสำคัญของคนเหนือ..........


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_86


เสื้อคลุมสีดำแขนยาวติดไหมพรมแดงประดับรอบลำคอและสาบเสื้อทางด้านหน้า
เป็นการแต่งกายประจำเผ่าของชาวเมี่ยน หรือบางครั้งก็เรียกว่า เย้า



     ชนเผ่าเมี่ยนมีชื่อเรียกดั้งเดิมคือ “ม่อ เย้า” ซึ่งมีความหมายว่า “ไม่อยู่ภายใต้อำนาจของผู้ใด” เดิมทีพวกเขาเคยตั้งถิ่นฐานอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำแยงซี ประเทศจีน แต่เนื่องจากบรรพบุรุษของชาวเมี่ยนไม่ยินยอมตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบกดขี่ของรัฐ พวกเขาจึงได้อพยพขึ้นไปอยู่ในป่าลึกบนภูเขาสูง ครั้นถึงสมัยราชวงศ์ซ่งคำว่า “ม่อ เย้า” จึงถูกเรียกแบบย่นย่อกลายเป็นคำว่า “เย้า” ที่แปลว่า “ป่าเถื่อน” แต่ชนเผ่านี้จะเรียกตนเองว่า “เมี่ยน” หรือ “อิ้วเมี่ยน” ซึ่งหมายถึง “มนุษย์”

     เมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่านชาวเมี่ยนบางส่วนก็อพยพโยกย้ายถิ่นฐานลงมาทางใต้เข้าสู่ตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ตอนเหนือของประเทศลาว ทางตะวันออกของประเทศเมียนมาร์ และภาคเหนือของประเทศไทย



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_83


....................................เดี๋ยวนี้ใครๆ เค้าก็ใช้ Smartphone....................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_69


...................................เด็กหญิงเผ่าลีซ (ลีซอ)...................................



     6. ลีซู (ลีซอ) : คำว่า “ลีซู” มีพื้นฐานมาจากรากศัพท์ 2 คำ ได้แก่คำว่า “ลี” หรือ “อี๊หลี่” ซึ่งหมายถึงจารีตประเพณี วัฒนธรรม และวิถีปฏิบัติแห่งชีวิต กับคำว่า “ซู” ที่หมายความถึง การศึกษา การเรียนรู้ เมื่อนำมารวมกันจึงแปลความหมายของ “ลีซู” ได้ว่าเป็น “กลุ่มชนผู้ใฝ่รู้แห่งชีวิต” แต่บางครั้งกลุ่มคนนอกชนเผ่าก็อาจเรียกชาวลีซูว่า “ลีซอ” ได้

     เดิมทีชาวลีซูเคยตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่บริเวณแถบต้นแม่น้ำสาละวินและต้นแม่น้ำโขงทางตอนเหนือของประเทศทิเบต รวมถึงบริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ต่อมาจึงได้อพยพเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อราวปี พ.ศ. 2451 โดยเข้ามาตั้งชุมชนอยู่ที่บ้านห้วยส้าน อ.เมือง จ.เชียงราย หลังจากนั้นก็ได้แยกย้ายกระจัดกระจายกันเข้าไปยังพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทยอีก 9 จังหวัด ซึ่งบางครอบครัวก็ได้เข้ามาพำนักอาศัยอยู่ ณ บ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เช่นเดียวกับชาวเขาเผ่าอื่นๆ อีก 8 ชนเผ่า



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_331


...................................บ้านริมน้ำตกของวังน้ำหยาดรีสอร์ท...................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_309


..............................................ธรรมชาติ..............................................



     การแต่งกายซึ่งถือเป็นลักษณะเด่นของหญิงสาวชาวลีซูก็คือ การสวมหมวกทรงป้านกลมซึ่งทำขึ้นเอง เริ่มต้นด้วยการวัดรอบศีรษะให้ทราบขนาดที่พอดี นำเอาแถบผ้ามาพับให้กว้างราว 3 – 4 ซม.แล้วใช้หัวเข่าตนเองเป็นหุ่นพันแถบผ้าจนกลายเป็นรูปทรงหมวก เย็บตรึงให้แน่นแล้วจึงใช้เส้นไหมพรมติดบริเวณหลืบผ้า ลากเส้นไหมพรมอ้อมใต้ชะโงกด้านหน้าปัดขึ้นไปห้อยเป็นหางม้าจากกลางกระหม่อมทางด้านหลัง ส่วนด้านหน้าหมวกติดประดับด้วยลูกปัดและปุยไหมพรมอย่างงดงาม หากเป็นหญิงสูงวัยชาวลีซูก็จะใช้ผ้าสีดำโพกพันรอบศีรษะเอาไว้หลวมๆ โดยไม่มีการสวมหมวกทรงป้าน

     ในอดีตหญิงสาวชาวลีซูจะสวมใส่หมวกเฉพาะในงานประเพณีสำคัญ เช่น งานแต่งงาน งานปีใหม่ เป็นต้น แต่เมื่อเข้ามาพำนักอาศัยอยู่ในบ้านวังน้ำหยาดซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเพื่อการท่องเที่ยว เด็กหญิงหรือหญิงสาวชาวลีซูก็จะสวมใส่หมวกทรงป้านเพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ของการแต่งกายประจำเผ่าอยู่เกือบตลอดเวลา



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_441


การแต่งกายซึ่งถือเป็นลักษณะเด่นของหญิงเผ่าลีซู
ก็คือ...............การสวมหมวกทรงป้านกลมประดับพู่หางม้า


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_448


....................ถ้าไม่มีลูกค้าก็เบื่อๆ บ้างเหมือนกัน....................



     .....ในส่วนของเสื้อผ้า.....หากเป็นการแต่งกายตามจารีตประเพณีดั้งเดิมของผู้หญิงชาวลีซู ทั้งเด็กหญิง หญิงสาว และหญิงสูงวัยจะสวมใส่เสื้อคลุมแขนยาวสีสันสดใส (นิยมสีฟ้าหรือสีเย็นสีอื่นๆ) ปกเสื้อบริเวณคอติดแถบผ้าดำ ตัวเสื้อคลุมตั้งแต่ช่วงเอวลงมาผ่าเปิดข้างทั้ง 2 ด้าน ช่วงต้นแขนและอกเสื้อตกแต่งด้วยผ้าหลากสีเย็บติดกันเป็นแผ่น สวมกางเกงสีดำยาวเลยเข่า ใช้ผ้าพันหน้าแข็งเป็นผ้าสีแดง (หรือสีร้อนสีอื่นๆ) บริเวณเอวใช้ผ้าสีดำคาด ด้านหลังผ้าคาดเอวห้อยพู่หางม้าหลากหลายสีเย็บตรึงติดไว้ด้วยไหม สำหรับผู้ชายชาวลีซูที่แต่งกายตามแบบแผนประเพณีดั้งเดิมนั้นยากจะหาพบเจอได้ภายในบ้านวังน้ำหยาดแล้ว



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_317


..........น้ำตกวังน้ำหยาดซึ่งมีน้ำไหลอยู่ตลอดทั้งปี (แต่อาจมีน้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง)..........


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_334


....................ภาพถ่ายจากสถานที่จริงของวังน้ำหยาดรีสอร์ท....................
รีสอร์ทกลางสายน้ำตกสวยติดหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวแห่งแรกและแห่งเดียวของ จ.เชียงใหม่



     7. ม้ง : สันนิษฐานว่าในอดีตชาวม้งน่าจะอพยพจากที่ราบสูงทิเบต ไซบีเรีย และมองโกเลีย เข้าสู่ประเทศจีนแล้วตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณแถบลุ่มแม่น้ำฮวงโห กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงสมัยราชวงศ์แมนจูเรืองอำนาจ กษัตริย์จีนได้เปลี่ยนแปลงนโยบายให้มีการปราบปรามชนกลุ่มน้อยต่างๆ ภายในประเทศ เกิดการรบพุ่งต่อสู้กันอย่างดุเดือดรุนแรงจนกลุ่มชาวม้งจำต้องอพยพถอยร่นลงมาทางใต้แล้วตั้งถิ่นฐานใหม่อยู่บนพื้นที่สูงในแถบแคว้นสิบสองจุไทย สิบสองปันนา บางส่วนก็ได้อพยพเข้ามาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศลาวบริเวณทุ่งไหหินเดียนเบียนฟู และบางส่วนก็ได้อพยพเข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2400



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_462


..............................................ร่วมสนทนา..............................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_475


..............................................สาวรุ่นชาวม้ง..............................................



     ผู้หญิงชาวม้งภายในบ้านวังน้ำหยาดจะสวมใส่เสื้อกำมะหยี่สีดำหรือสีน้ำเงินเข้มแขนยาวถึงข้อมือ ช่วงปลายแขนเสื้อและสาบเสื้อมีการปักลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ท่อนล่างใส่กระโปรงจีบพื้นสีดำหรือสีน้ำเงินเข้มปักประดับลวดลายสีสันสดใสตามแนวขวางลำตัว ความยาวกระโปรงอยู่ระดับพอดีเข่า หากเป็นผู้ชายชาวม้งที่แต่งกายตามธรรมเนียมเก่าแก่ก็จะสวมเสื้อกำมะหยี่สีดำหรือสีน้ำเงินเข้มแขนยาวจรดข้อมือ ปกสาบเสื้อด้านขวาจะป้ายเลยมาทับซีกซ้ายของตัวเสื้อ ตลอดแนวสาบเสื้อใช้ด้ายและผ้าสีปักลวดลายตกแต่งดูสวยงามสะดุดตา ใส่กางเกงสีเดียวกับเสื้อความยาวถึงระดับข้อเท้า ลักษณะขากางเกงกว้างแต่ปลายแคบลง เป้ากางเกงหย่อนลงมาจนต่ำกว่าระดับเข่า รอบเอวพันผ้าแดงทับโดยปล่อยชายผ้าซึ่งปักประดับลวดลายห้อยไว้ด้านหน้า ส่วนใหญ่มักจะคาดเข็มขัดทับผ้าแดงหรือผูกเชือกทับผ้าแดงอีกชั้น ในอดีตทั้งผู้หญิงและผู้ชายชาวม้งนิยมสวมใส่เครื่องเงินเป็นเครื่องประดับ แต่ชาวม้งซึ่งนักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้พบภายในบ้านวังน้ำหยาดมักไม่ได้สวมใส่เครื่องประดับตกแต่งใดๆ



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_516


....................................จักรยานยนต์ของคนภูเขา.....................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_512


.........................บ้านพักของชนเผ่าที่ก่อสร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย.........................



     8. มูเซอ (ล่าหู่) : เป็นกลุ่มชาวเขาที่สามารถแบ่งแยกย่อยลงไปได้อีกมากถึง 23 กลุ่ม อาทิเช่น มูเซอดำ, มูเซอแดง, มูเซอเหลือง, มูเซอกุเลา เป็นต้น .....ทั้งนี้.....ชาวมูเซอแต่ละกลุ่มอาจมีลักษณะการแต่งกายแตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้วผู้หญิงชาวมูเซอจะสวมใส่เสื้อแขนยาวตกแต่งด้วยผ้าหลากสีและลวดลายต่างๆ มีเม็ดอลูมิเนียมหรือลูกกระพรวนเล็กๆ เย็บติดอยู่กับเสื้อ มีเครื่องเงินเป็นของประดับ นุ่งผ้าถุงพื้นสีดำความยาวถึงระดับข้อเท้าตกแต่งด้วยแถบผ้าสีหรือเย็บเป็นลวดลายประดับตามแนวขวาง หากเป็นผู้ชายชาวมูเซอส่วนใหญ่ก็จะสวมใส่เสื้อแขนยาวสีดำประดับด้วยเม็ดโลหะสีเงินและลายปักต่าง ส่วนกางเกงจะใช้กางเกงเป้าต่ำขายาว สีสีดำ สีเขียว หรือสีฟ้าตามแต่ความนิยมเฉพาะกลุ่ม .....อย่างไรก็ดี.....ชาวมูเซอในบ้านวังน้ำหยาดอาจมีการแต่งกายที่แตกต่างจากนี้ไปบ้างเล็กน้อย




วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_488


...................................เดาว่าเธอ คือ ชาวมูเซอ...................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_165


....................หญิงชาวกะเหรี่ยงคอยาวที่อายุยังน้อย....................
อาจมีลักษณะของลำคอที่ดูไม่แตกต่างไปจากชาวเขาเผ่าอื่นๆ สักเท่าไหร่นัก



     เดิมทีชาวมูเซอเคยตั้งถิ่นฐานอยู่ทางตอนเหนือของมณฑลยูนนานในเขตแดนของประเทศทิเบต ต่อมากองทัพจีนได้กรีฑาทัพบุกเข้าสู่ดินแดนดังกล่าว ส่งผลให้ชาวมูเซอต้องอพยพถอยร่นลงมาทางใต้เข้าสู่ตอนเหนือของประเทศลาวและประเทศเมียนมาร์ ต่อมาเมื่อเกิดปัญหาทางการเมืองขึ้นภายในประเทศเมียนมาร์ กลุ่มชาวมูเซอที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศเมียนมาร์จึงตัดสินใจโยกย้ายถิ่นฐานอีกครั้งโดยเดินทางเข้ามาตามบริเวณแนวตะเข็บชายประเทศไทยแถบจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และตาก.....คำว่า “มูเซอ” เป็นภาษาเมียนมาร์ซึ่งคนไทใหญ่ในรัฐฉานนำมาใช้เรียกขานชาวเขากลุ่มนี้หมายความถึง “นายพราน” หรือ “นักล่า” ส่วนคำว่า “ล่าหู่” เป็นคำที่ชาวเขากลุ่มนี้ใช้เรียกขานตนเองมีความหมายว่า “เสือผู้เฝ้าป่า”



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_179


....................ม้านั่งกลางหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขา 8 ชนเผ่า....................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_185


...................................เด็กน้อยกับหญิงสาวชาวกะยอ...................................



     9. กะยอ (คะยอ) : บางครั้ง.....บางคนก็เรียกชาวเขากลุ่มนี้ว่า “กะเหรี่ยงหูยาว” สืบเนื่องมาจากความนิยมในการเจาะรูบริเวณติ่งหูทั้งสองข้างของผู้หญิงแล้วสวมใส่ต่างหูโลหะขนาดใหญ่เอาไว้ภายใน โดยชาวกะยอมีความเชื่อว่ายิ่งผู้หญิงคนใดสามารถสวมใส่ต่างหูโลหะได้ขนาดใหญ่เท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งสวยมากขึ้นเท่านั้น จากข้อมูลเก่าๆ ที่เคยมีการบันทึกไว้พบว่าต่างหูโลหะขนาดใหญ่ที่สุดที่ผู้หญิงชาวกะยอเคยสวมใส่เข้าไปภายในรูบริเวณติ่งหู มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวมากถึง 6 ซม.



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_94


...................................รับสายรัดข้อมือสักเส้นไหมคะ ?...................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_107


....................ตาดูดาว (กลางวันมันจะมีดาวไหมเนี่ย ?) เท้าติดดิน....................



     การเจาะถ่างขยายติ่งหูของผู้หญิงชาวกะยอโดยปกติจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วัยเด็กในช่วงอายุราว 4 – 5 ปี โดยผู้ปกครองจะนำไม้ไผ่สะอาดมาเหลาให้เป็นปลายแหลมเจาะเข้าไปบริเวณติ่งหูของลูกหลาน หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ เพิ่มขนาดปลายแหลมของไม้ไผ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามช่วงอายุ .....ทั้งนี้.....กลุ่มชาวกะยอได้เคยให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนที่เข้าไปสัมภาษณ์เอาไว้ว่า การเจาะถ่างขยายติ่งหูของเด็กหญิงชาวกะยอนั้นเป็นไปตามความเชื่อและความสมัครใจของเด็กๆ ซึ่งเมื่อสภาพชีวิตความเป็นอยู่รวมถึงบริบททางสังคมของชาวกะยอเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์.....ความนิยมของผู้หญิงในการเจาะถ่างขยายรูบริเวณติ่งหูให้มีขนาดใหญ่มากๆ ก็เริ่มลดน้อยถอยลงไปด้วยตามลำดับ



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_495


........................................สายตาแห่งความสงสัย........................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_506


....................ชาวกะยอสองครอบครัวเล็ก ๆ ใน บ้านวังน้ำหยาด....................



     เสื้อผ้าตามลักษณะประเพณีดั้งเดิมที่ผู้หญิงชาวกะยอสวมใส่จะเป็นเสื้อแขนสั้นสีแดง สีแสด สีชมพู หรือสีม่วง มีลวดลายเป็นริ้วสีขาวเล็กๆ พาดตามแนวยาวของลำตัว ความยาวแขนเสื้ออยู่ระดับข้อศอก ปลายแขนเสื้อถักเป็นพู่ห้อยประดับโดยรอบดูสวยงาม ท่อนล่างสวมโสร่งสั้นสีเข้มความยาวระดับเข่า (นิยมสีดำหรือน้ำเงินเข้ม) บริเวณเหนือข้อเท้าและเหนือหน้าแข้งจนถึงเข่าสวมประดับด้วยห่วงทองเหลืองที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ นอกจากนี้ยังนิยมสวมใส่สร้อยคอเงิน ห่วงโลหะ หรือสร้อยคอที่ประดับไว้ด้วยเหรียญแบนๆ.....ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวก็จะยังพบเห็นการแต่งกายตามแบบแผนลักษณะดังกล่าวข้างต้นได้เกือบ 100% ภายในบ้านวังน้ำหยาด



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_114


..............................มาหลบหลังแม่ทำไมล่ะเนี่ย ?..............................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_101


....................บางครั้ง..........ชาวกะยอก็ถูกเรียกว่ากะเหรี่ยงหูยาว....................



     หากเป็นผู้ชายชาวกะยอซึ่งแต่งกายตามจารีตเก่าก็จะสวมใส่เสื้อลักษณะคล้ายคลึงกับผู้หญิงในเผ่า แต่ท่อนล่างจะสวมกางเกงขายาว ใส่ห่วงทองเหลืองหลายชั้นไว้เหนือหัวเข่า และสวมใส่ห่วงหวายประดับไว้รอบลำคอและท่อนขาช่วงล่าง ผู้ชายชาวกะยอในยุคดั้งเดิมจะไว้ผมยาวแล้วขมวดผมเป็นปมใหญ่ๆ รัดไว้ด้วยผ้าโพกแบบวงแหวน (ลักษณะคล้ายโดนัทขนาดใหญ่) แล้วจึงรวบไว้ทางด้านบนของศีรษะ นิยมใส่ต่างหูเงินและสวมสร้อยคอเป็นเครื่องตกแต่งคล้ายผู้หญิง (จากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลจริงของทีมงานเว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม ปรากฏว่ายังไม่มีโอกาสได้พบเจอกับผู้ชายชาวกะยอซึ่งแต่งกายตามลักษณะจารีตประเพณีดั้งเดิมภายในบ้านวังน้ำหยาดเลยครับ)

     .....และทั้งหมดที่กล่าวถึงมาก็คือชาวเขาทั้ง 9 ชนเผ่าแห่งบ้านวังน้ำหยาด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่.....



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_499


ถ้าสังเกตดูที่ติ่งหูของผู้หญิงชาวกะยอคนซ้ายสุดในภาพให้ดี ๆ
ก็จะมองเห็นรูขนาดใหญ่ที่สวมใส่ต่างหูโลหะถ่างขยายเอาไว้ได้


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_490


หรือว่าแท้จริงแล้ว.....ประเพณีการเจาะถ่างขยายติ่งหูของชาวกะยอ
จะเป็นต้นกำเนิดของแฟชั่นระเบิดหูในยุคปัจจุบัน ?



     วังน้ำหยาดรีสอร์ท : รีสอร์ทในหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวแห่งแรกของประเทศไทย

     วังน้ำหยาดรีสอร์ท” เป็นรีสอร์ทกลางน้ำตกสายเล็กๆ ของ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงระยะเวลาพร้อมๆ กันกับหมู่บ้านชาวเขาเพื่อการท่องเที่ยว “บ้านวังน้ำหยาด” โดยในระยะแรกเริ่มนั้นห้องพักของวังน้ำหยาดรีสอร์ทยังคงเป็นเพียงแค่บังกะโลไม้ขนาดย่อม แต่ปัจจุบันได้มีการก่อสร้างปรับปรุงห้องพักรูปแบบใหม่ที่มีความสวยงาม สะอาดตา และดูทันสมัยกว่าเมื่อครั้งอดีตมาก สำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งเลือกใช้บริการพักค้างแรม ณ วังน้ำหยาดรีสอร์ท นอกจากจะได้สัมผัสกับบรรยากาศดีๆ ท่ามกลางสายน้ำตกสวยแล้วก็ยังจะมีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขา 8 ชนเผ่า “บ้านวังน้ำหยาด” ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมจากค่าห้องพักอีกด้วย (หากไม่ได้ใช้บริการห้องพักของทางวังน้ำหยาดรีสอร์ทก็จะต้องชำระค่าเข้าเยี่ยมชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขา 8 ชนเผ่าในอัตราท่านละ 500 บาท แต่หากได้ทำการจองบัตรเข้าชมหมู่บ้านล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอมตามหมายเลขโทรศัพท์หรือ LINE ID ในกรอบสีขาวทางด้านล่าง พร้อมทั้งชำระค่าใช้จ่ายล่วงหน้าตามเงื่อนไข ก็จะสามารถใช้สิทธิส่วนลดโปรโมชั่นได้ครับ)




วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_347


..........ตึกสีส้มด้านหลังศาลาริมน้ำในภาพนี้คือ อาคารใหญ่ ของวังน้ำหยาดรีสอร์ท..........


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_335


.........................บังกะโลไม้ที่ก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก.........................



     ในบทความช่วงถัดไปเราจะมาทำความรู้จักกับห้องพักแต่ละแบบของวังน้ำหยาดรีสอร์ทไปพร้อมๆ กัน

     1. บ้านริมน้ำตก : บ้านพักหลังเล็กๆ น่ารักที่ตั้งอยู่ประชิดติดกับสายน้ำตกวังน้ำหยาด ภายในห้องพักประกอบไปด้วยเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่จำนวน 1 เตียง ชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อน 1 ชุด (มีเก้าอี้ 2 ตัวภายในห้อง) มีโทรทัศน์จอแบน ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำน้ำอุ่นพร้อมสรรพ หากนักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการห้องพักประเภทนี้เพียงแค่เปิดประตูกระจกออกมาทางระเบียงก็จะได้เห็นสายน้ำตกสวยอยู่ทางด้านหน้าบ้านพร้อมทั้งสัมผัสกับความสดชื่นของละอองไอน้ำที่ลอยมาปะทะกับร่างกายได้ทันที



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_226


..........บ้านริมน้ำตก คือ ห้องพักซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงามที่สุดของวังน้ำหยาดรีสอร์ท..........


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_261


เพราะบ้านริมน้ำตกมีจำนวนเพียงแค่ 2 หลัง.....ถ้าไม่จองล่วงหน้าเอาไว้นานๆ ก็ยากที่จะได้เข้าพัก



     วังน้ำหยาดรีสอร์ทมีจำนวนบ้านริมน้ำตกอยู่ด้วยกันทั้งหมดเพียงแค่ 2 หลัง หากคุณไม่อยากพลาดการเข้าพักในห้องซึ่งตั้งอยู่บนทำเลที่ใกล้ชิดติดสายน้ำตกมากที่สุด ก็ควรจะติดต่อจองห้องพักเอาไว้ล่วงหน้านานๆ สักหน่อย .....อย่างไรก็ดี.....บ้านริมน้ำตกอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ซึ่งชื่นชอบความสงบเงียบสักเท่าไหร่นักเนื่องจากจะมีเสียงซ่า.....ซ่า ซ่า.....ซ่า ของน้ำตกวังน้ำหยาดดังให้ได้ยินอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา (ถึงแม้ว่าจะปิดกระจกและปิดประตูทุกบาน ผู้เข้าพักในบ้านริมน้ำตกก็จะยังคงได้ยินเสียงน้ำตกวังน้ำหยาดดังอยู่ตลอด แต่หากนักท่องเที่ยวไม่รู้สึกเดือดร้อนรำคาญกับเสียงตามธรรมชาติก็ไม่น่ามีปัญหาใดๆ ครับ)



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_544


..............................ภายในห้องพักแบบเรือนครอบครัว..............................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_549


...................................เตียงนอนในบ้านริมน้ำตก...................................



     2. เรือนกระจก : นี่คือห้องพักซึ่งมีลักษณะเป็นกระจกใส 3 ด้าน เพียงแค่คุณเปิดม่านภายในห้องพักออกมาก็จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของห้วยวังน้ำหยาดและความเขียวขจีของเหล่าบรรดาแมกไม้ที่รายรอบไปทั่วทั้งบริเวณได้อย่างชัดเจน ภายในห้องพักแบบเรือนกระจกมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่จำนวน 1 เตียง มีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อน 1 ชุด อีกทั้งยังมีโทรทัศน์จอแบน ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำน้ำอุ่นครบครัน หากจะให้สรุปจากประสบการณ์ส่วนตัวของทีมงานเว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอมแล้ว.....ขอบอกเลยว่าเรือนกระจกเป็นห้องซึ่งเข้าพักแล้วให้ความรู้สึกสะดวกสบายมากที่สุดในวังน้ำหยาดรีสอร์ท (วังน้ำหยาดรีสอร์ทมีห้องพักแบบเรือนกระจกรวมทั้งหมดเพียงแค่ 4 ห้อง แนะนำว่าควรจองห้องพักล่วงหน้านานๆ เช่นเดียวกันกับบ้านริมน้ำตก.....ท่านสามารถติดต่อจองห้องพักล่วงหน้าได้จาก “หมายเลขโทรศัพท์” หรือ “LINE ID” ในกรอบสีขาวทางด้านล่างตารางราคาครับ)



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_524


........................................สะพานข้ามน้ำตกวังน้ำหยาด........................................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_533


....................ห้องพักแบบ เรือนกระจก ซึ่งมีจำนวนเพียงแค่ 4 หลัง....................
(ถ้าไม่จองล่วงหน้าก็รับรองได้เลยว่าเต็มเกือบทุกวันศุกร์, เสาร์ และตลอดวันหยุดช่วงเทศกาล)



     3. เรือนครอบครัว : ห้องพักริมสระกักเก็บน้ำเล็กๆ ของวังน้ำหยาดรีสอร์ท ลักษณะเป็นห้องเรือนแถวที่มีระเบียงหน้าห้องยาวเชื่อมต่อถึงกัน บริเวณสุดปลายระเบียงมีพื้นที่ทำครัวขนาดย่อมซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวสามารถใช้ประกอบอาหารร่วมกันได้ เรือนครอบครัวมีห้องพักขนาดเล็กที่ใช้ผนังร่วมกัน 3 ห้อง ภายในแต่ละห้องประกอบไปด้วยเตียงเดี่ยวขนาด 5 ฟุต จำนวน 1 เตียง มีโทรทัศน์จอแบน ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำน้ำอุ่นตามมาตรฐานเดียวกันกับห้องพักแบบอื่นๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการห้องพักแบบเรือนครอบครัวนี้หากไม่ได้เดินทางมาเป็นกลุ่มและเหมาห้องพักรวมหมดทั้ง 3 ห้อง ก็ไม่ควรออกมานั่งดื่มสุราหรือนั่งสนทนาส่งเสียงดังบริเวณระเบียงหน้าห้องเพราะอาจรบกวนผู้เข้าพักห้องข้างเคียงท่านอื่นๆ



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_594


.........................เตียงใหญ่ภายในห้องพักแบบเรือนกระจก.........................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_585


...............โทรทัศน์ ตู้เย็น กาน้ำร้อน เครื่องปรับอากาศ (สังเกตที่รีโมทจ้า)...............
ชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อน..........วังน้ำหยาดรีสอร์ทเขาก็มีจัดไว้ให้พร้อมสรรพ



     4. อาคารใหญ่ : ตั้งอยู่บริเวณส่วนหน้าสุดของวังน้ำหยาดรีสอร์ทใกล้กับลานจอดรถ ลักษณะเป็นอาคารปูนหลังใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ชั้นล่างสุดเป็นร้านค้าของชำ ส่วนชั้นบนก่อสร้างเป็นห้องพักโดยแบ่งออกเป็นห้องพักติดเครื่องปรับอากาศจำนวน 8 ห้อง และห้องพักพัดลมจำนวน 3 ห้อง .....ทั้งนี้.....ภายในห้องพักทั้ง 2 ประเภทดังกล่าวข้างต้นจะมีทั้งเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความสะดวก หากเป็นห้องพักแบบติดเครื่องปรับอากาศภายในก็จะมีทั้งโทรทัศน์ ตู้เย็น และเครื่องทำน้ำอุ่นให้ ในขณะที่ห้องพักแบบพัดลมจะมีเพียงแค่เครื่องทำน้ำอุ่นเท่านั้น



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_526


.........................เรือนครอบครัว ห้องพักแฝด 3 ริมสระกักเก็บน้ำ.........................


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_538


..........ข้อด้อยของเรือนครอบครัว ก็คือ มีระเบียงด้านหน้าห้องพักเชื่อมต่อถึงกันหมด..........



     5. บังกะโลไม้ : นี่เป็นบังกะโลไม้ในสวนริมห้วยซึ่งอยู่คู่กับวังน้ำหยาดรีสอร์ทมาเนิ่นนานตั้งแต่ยุคบุกเบิก ด้วยความที่มีอายุใกล้เคียงกันกับรีสอร์ทจึงทำให้สภาพทั้งภายในและภายนอกของบังกะโลแลดูค่อนข้างจะเก่ากว่าห้องพักแบบอื่นๆ ทุกประเภท ภายในบังกะโลไม้มีเตียงเดี่ยวขนาดย่อม มีพัดลม และเครื่องทำน้ำอุ่น.....แต่ไม่มีโทรทัศน์ ตู้เย็น หรือเครื่องปรับอากาศ บังกะโลไม้ของวังน้ำหยาดรีสอร์ทมีจำนวนรวมด้วยกันทั้งหมด 7 หลัง และถือเป็นห้องพักซึ่งมีราคาย่อมเยาที่สุดของรีสอร์ทแห่งนี้ (ราคาห้องพักแบบบังกะโลไม้จะเท่ากันกับราคาห้องพักแบบพัดลมบนอาคารใหญ่ แต่ห้องพักแบบพัดลมบนอาคารใหญ่จะดูใหม่และสดใสไฉไลมากกว่าครับ)



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_556


...............เตียงนอนในห้องพักแบบเรือนครอบครัวของวังน้ำหยาดรีสอร์ท...............


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_558


....................ห้องน้ำของเรือนกระจกที่บอกได้คำเดียวว่าสวย....................



     สำหรับนักท่องเที่ยวที่เลือกใช้บริการห้องพักซึ่งติดตั้งเครื่องปรับอากาศทุกประเภทของวังน้ำหยาดรีสอร์ท (บ้านริมน้ำตก, เรือนกระจก, เรือนครอบครัว และห้องปรับอากาศบนอาคารใหญ่) จะได้รับสิทธิเข้าชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขา 8 ชนเผ่าฟรี 2 ท่าน อีกทั้งยังมีอาหารเช้าแบบชุดให้บริการเป็นชา กาแฟ และข้าวต้ม ส่วนนักท่องเที่ยวที่เลือกใช้บริการห้องพักแบบพัดลมทุกประเภทของวังน้ำหยาดรีสอร์ท (ห้องพัดลมบนอาคารใหญ่และบังกะโลไม้) จะได้รับเพียงแค่สิทธิเข้าชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขา 8 ชนเผ่าฟรี 2 ท่าน.....แต่ไม่มีอาหารเช้ารวมอยู่ในอัตราค่าบริการห้องพัก



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_341


เมื่อเริ่มต้นเปิดวังน้ำหยาดรีสอร์ท.....บังกะโลไม้คือห้องพักประเภทแรกที่ถูกก่อสร้างขึ้น


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_340


..........ถ้าไม่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานมากเพียงพอ ก็คงไม่มีตะไคร่จับเกาะอยู่บนหลังคา..........



     กิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจตามช่วงฤดูกาลของบ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท

      หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขา 8 ชนเผ่า “บ้านวังน้ำหยาด” และ “วังน้ำหยาดรีสอร์ท” เป็นสถานที่ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมและเข้าพักได้ตลอดทั้งปี (น้ำตกวังน้ำหยาดมีน้ำไหลตลอดทั้งปี แต่อาจมีน้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง) แต่เมื่อช่วงฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนไป เสน่ห์และความงดงามต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวจะได้พบ ได้สัมผัสภายในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ก็จะแปรเปลี่ยนไปด้วย สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจตามช่วงฤดูกาลของ “บ้านวังน้ำหยาด” และ “วังน้ำหยาดรีสอร์ท” มีดังต่อไปนี้

      ชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขา 8 ชนเผ่า
: ตลอดทั้งปี

      ปีใหม่ชาวเขา
: ราวเดือน ธ.ค. – ม.ค. แต่ละเผ่าจะมีการกินเลี้ยงและงานรื่นเริงตามฤกษ์ยามที่หมอผีของเผ่ากำหนด (นักท่องเที่ยวอาจขออนุญาตเข้าสังเกตการณ์ได้ในบางช่วงเวลาครับ)

      ปลากระโดดทวนน้ำตก
: ราวเดือน พ.ค. – มิ.ย. พบกับความมหัศจรรย์อันเร้นลับของธรรมชาติที่หาชมได้ยากในช่วงฤดูวางไข่ของปลาบางชนิดซึ่งดำรงชีวิตอยู่ภายในลำห้วยวังน้ำหยาด (กรุณาอย่าคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพราะปลากระโดดทวนน้ำตกจะมีให้เห็นได้แค่เพียงประปราย ไม่ได้มีให้เห็นเยอะๆ แบบอลังการงานสร้างครับ)

      ดอกเห็ดเบ่งบานกลางสายฝน
: ราวเดือน ก.ค. – ก.ย. เมื่อสายฝนโปรยปรายประดับความชุ่มชื่นสู่ผืนแผ่นดินก็ถึงเวลาเบ่งบานของดอกเห็ดนานาพรรณ บางครั้งหากโชคดีนักท่องเที่ยวอาจได้เห็นเด็กชาวเขาตัวน้อยๆ วิ่งเล่นเก็บเห็ดนำกลับไปให้พ่อแม่ปรุงอาหารที่บ้าน

      เสียงหรีดหริ่งเรไรระงมทั่วผืนไพร
: ตลอดทั้งปี (แต่ช่วงฤดูหนาวอาจมีเสียงแมลงน้อยกว่าช่วงฤดูอื่นๆ ครับ) ในช่วงเวลาเย็น – ค่ำของทุกๆ วันนักท่องเที่ยวจะได้ยินเสียงของจิ้งหรีดและเรไรส่งเสียงร้องเรียกเพรียกพร้องอยู่เป็นระยะๆ เป็นเสน่ห์ท่ามกลางความบริสุทธิ์ของธรรมชาติซึ่งรายล้อมอยู่รอบ “บ้านวังน้ำหยาด” และ “วังน้ำหยาดรีสอร์ท”



วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_541


...................................อาหารเช้า คือ ข้าวต้ม...................................
(บริการเฉพาะผู้ที่เข้าพักในห้องทุกประเภทซึ่งติดตั้งเครื่องปรับอากาศจ้า)


วังน้ำหยาด_บ้านวังน้ำหยาด_หมู่บ้าน_กะเหรี่ยงคอยาว_รีสอร์ท_เชียงใหม่_539


.....จากระเบียงห้องพักแบบเรือนครอบครัวของวังน้ำหยาดรีสอร์ท.....
สามารถมองเห็นฝูงปลาที่อาศัยอยู่ภายในสระกักเก็บน้ำใส ๆ ได้ด้วยนะ !



     การเดินทางสู่บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท
     “บ้านวังน้ำหยาด” หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขา 8 ชนเผ่า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ กับ “วังน้ำหยาดรีสอร์ท” นั้นตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เดียวกัน กรณีที่นักท่องเที่ยวขับรถยนต์ส่วนบุคคลมาด้วยตนเองและมี Smartphone แนะนำให้เปิด Application Google Map (แผนที่) พร้อมเปิดตำแหน่ง GPS แล้วพิมพ์คำว่า “แม่ตะมานวังน้ำหยาด รีสอร์ท” หรือ “วังน้ำหยาดรีสอร์ท” ลงในช่องค้นหาแล้วกดเครื่องหมายเพื่อเริ่มต้นการนำทาง (หลังจากนั้นก็ปล่อยให้ Application Google Map นำทางไปเรื่อยๆ ครับ) เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายแล้วก็จะมองเห็นป้าย “วังน้ำหยาดรีสอร์ท” ป้ายใหญ่ๆ อยู่บริเวณปากทางเข้า (หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและชาวเขา 8 ชนเผ่าจะตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกันกับรีสอร์ท นักท่องเที่ยวสามารถนำรถยนต์เข้ามาจอด ณ ลานดินบริเวณด้านหน้ารีสอร์ทได้ แต่หากไม่ได้ใช้บริการห้องพักของวังน้ำหยาดรีสอร์ทก็จะต้องเสียค่าเข้าชมหมู่บ้านด้วยครับ)


     ถ่ายภาพและเขียนบทความ : ตฤณ ณ อัมพร

     เรียบเรียง : อรชร ลลิตผสาน

     ข้อมูลอ้างอิง : การลงพื้นที่เก็บข้อมูลจริงของทีมงานเว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม, บ้านวังน้ำหยาด หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว & วังน้ำหยาด รีสอร์ท อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่, มูลนิธิชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม, มูลนิธิโครงการหลวง, พิพิธภัณฑ์ชนเผ่าออนไลน์, สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยพายัพ, คลังเอกสารสาธารณะ, สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย

     สงวนลิขสิทธิ์โดย
: เว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม (www.thongteaw.com)

 


โปรโมชั่นบัตร บ้านวังน้ำหยาด : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว จ.เชียงใหม่
ประเภท
ราคา (บาท)
ผู้ใหญ่
เด็ก
(สูงระหว่าง
90-120 ซม.)

บัตรเข้าชมบ้านวังน้ำหยาด :
หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว

up to 30% off
(walk in 500)
up to 30% off
(walk in 300)

โปรโมชั่นนี้จัดให้เฉพาะผู้ซึ่งติดต่อจองบัตรเข้า่ชม "บ้านวังน้ำหยาด : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว"
ตามหมายเลขโทรศัพท์หรือ LINE ID ทางด้านล่าง
และชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 – 7 วัน ตามเงื่อนไขเท่านั้น !


* นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามโปรโมชั่นประจำเดือน (เฉพาะการจองล่วงหน้า)
ได้ทาง Line ID หรือ หมายเลขโทรศัพท์ ในกรอบทางด้านล่าง ตั้งแต่วันนี้ - 31 ต.ค. 2561






โปรโมชั่นบัตร วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว จ.เชียงใหม่

ประเภท


จำนวนห้องพัก



ราคา
(บาท)


วังน้ำหยาดรีสอร์ท : บ้านริมน้ำตก
(ห้องแอร์ พัก 2 ท่านต่อห้อง)
รวมอาหารเช้า (ข้าวต้ม ชา/กาแฟ) และบัตรเข้าชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว

2 หลัง
2,290
(walk in 2,500)

วังน้ำหยาดรีสอร์ท : เรือนกระจก
(ห้องแอร์ พัก 2 ท่านต่อห้อง)
รวมอาหารเช้า (ข้าวต้ม ชา/กาแฟ) และบัตรเข้าชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว

4 ห้อง
2,290
(walk in 2,500)

วังน้ำหยาดรีสอร์ท : ห้องพักเรือนครอบครัวริมน้ำ
(ห้องแอร์ พัก 2 ท่านต่อห้อง)
รวมอาหารเช้า (ข้าวต้ม ชา/กาแฟ) และบัตรเข้าชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว

3 ห้อง
1,290
(walk in 1,500)

วังน้ำหยาดรีสอร์ท : ห้องพักอาคารใหญ่
(ห้องแอร์ พัก 2 ท่านต่อห้อง)
รวมอาหารเช้า (ข้าวต้ม ชา/กาแฟ) และบัตรเข้าชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว

8 ห้อง
1,290
(walk in 1,500)

วังน้ำหยาดรีสอร์ท : ห้องพักอาคารใหญ่
(ห้องพัดลม พัก 2 ท่านต่อห้อง)
ราคารวมบัตรเข้าชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว
ไม่รวมอาหารเช้า

3 ห้อง
850
(walk in 1,000)

วังน้ำหยาดรีสอร์ท : บังกะโลไม้
(ห้องพัดลม พัก 2 ท่านต่อห้อง)
ราคารวมบัตรเข้าชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว
ไม่รวมอาหารเช้า

7 หลัง
720
(walk in 1,000)

โปรโมชั่นนี้จัดให้เฉพาะผู้ซึ่งติดต่อจอง วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว
ตามหมายเลขโทรศัพท์หรือ LINE ID ทางด้านล่าง
และชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 – 30 วัน ตามเงื่อนไขเท่านั้น !


* นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามโปรโมชั่นประจำเดือน (เฉพาะการจองล่วงหน้า)
ได้ทาง Line ID หรือ หมายเลขโทรศัพท์ ในกรอบทางด้านล่าง ตั้งแต่วันนี้ - 31 ต.ค. 2561





รับทันที !! ส่วนลดโปรโมชั่น "บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท :
หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว" ราคาพิเศษ !!


เฉพาะผู้ซึ่งติดต่อจองบัตรล่วงหน้าตามเงื่อนไขผ่านเว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม
ทาง Line ID หรือหมายเลขโทรศัพท์ :

(089) 137-8702 , (084) 145-0957 , (094) 251-9214  Fax. (02) - 981-4599

Line ID : thongteaw.com , www.thongteaw.com , trin.thongteaw.com , cimlee


กรุณาติดต่อสำรองบัตรล่วงหน้าอย่างน้อย 2 - 7 วัน ขอบคุณครับ/ค่ะ


หมายเลขโทรศัพท์ & Line ID ข้างต้น ใช้เพื่อการติดต่อสำรองบัตร
"บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว" ล่วงหน้าเท่านั้น !!
กรณีไม่สะดวกสำรองบัตรและชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนล่วงหน้าตามเงื่อนไข
กรุณาติดต่อซื้อบัตรบ้านวังน้ำหยาด : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ในราคา Walk In ตามปกติ
(ไม่มีโปรโมชั่นส่วนลดใด ๆ) ครับ/ค่ะ





     เงื่อนไขการจองบัตร บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว จ.เชียงใหม่ โปรโมชั่นราคาถูก ! โดยใช้ Line

     สำหรับการจองบัตร บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว กรุณาแจ้งจองบัตรและปฏิบัติตามขั้นตอนวิธีการจองต่างๆ ทางด้านล่างทั้งหมดให้เสร็จสมบูรณ์ล่วงหน้าก่อนกำหนดวันออกเดินทางอย่างน้อย 2 – 7 วัน (กรณีช่วงวันหยุดเทศกาลหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ ควรติดต่อจองบัตรและปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ให้เสร็จสมบูรณ์ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-4 อาทิตย์ ครับ)


     ขั้นตอนการจองบัตร บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว โปรโมชั่นราคาถูก ! โดยใช้ Line

     
1.เปิด Application Line ใน Smartphone หรือ Tablet ของท่านขึ้นมา แล้วเลือกหัวข้อ “เพิ่มเพื่อน” จากนั้นให้เลือกหัวข้อ “ID/โทรศัพท์” ทางด้านขวาบนของหน้าเพิ่มเพื่อน

     2.เลือกเพิ่มเพื่อนโดยใช้ Line ID : cimlee หรือ www.thongteaw.com หรือ trin.thongteaw.com

     3.หากท่านไม่สะดวกในการเพิ่มเพื่อนจาก Line ID ท่านสามารถเลือกเพิ่มเพื่อนจากหมายเลขโทรศัพท์ได้โดยการใส่หมายเลขโทรศัพท์ 0891378702 หรือ 0841450957 หรือ 0942519214 ลงในช่อง “หมายเลขโทรศัพท์เพื่อน” แล้วกดเครื่องหมายแว่นขยาย (ช่องด้านบน “หมายเลขโทรศัพท์เพื่อน” ให้ใช้รหัส Thailand +66 ซึ่งถ้าโทรศัพท์ของท่านใช้ SIM card ที่ลงทะเบียนในประเทศไทยก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าใดๆ ครับ)

     4. เมื่อทำการเพิ่มเพื่อนเสร็จเรียบร้อยแล้วให้แจ้งข้อมูลผู้จองส่งมาทาง Line ให้ครบถ้วนดังรายละเอียดต่อไปนี้

     - ชื่อนามสกุล : (ต้องเป็นชื่อ – นามสกุลจริงๆ เท่านั้น ห้ามใช้ชื่อเล่นในการจอง) ของผู้จองซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่ม 1 ท่าน โดยผู้จองต้องเป็นผู้ที่มีหลักฐานยืนยันตัวตนแสดงต่อเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์เช็คอิน ณ บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว (หลักฐานยืนยันตัวตนสำหรับผู้จองชาวไทยใช้ “บัตรประชาชน” หรือ “ใบขับขี่” ส่วนหลักฐานยืนยันตัวตนสำหรับชาวต่างประเทศใช้ “หนังสือเดินทาง : Passport” ครับ)

     - หมายเลขโทรศัพท์มือถือ : ต้องเป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถใช้ติดต่อกับผู้จองได้จริงในวันเดินทางเข้าใช้บริการ

     - ประเภทรายการที่เลือก : สามารถเลือกประเภท บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ได้จากตารางประเภทต่าง ๆ

     - วันที่จะใช้บริการ : คือวันที่ต้องการจะไปใช้บริการนั่นเอง

     - จำนวนนักท่องเที่ยว : จำนวนรวมของนักท่องเที่ยวในกลุ่ม

     - สัญชาตินักท่องเที่ยว : กรุณาแจกแจงข้อมูลว่าในกลุ่มของท่านมีนักท่องเที่ยวสัญชาติใดอยู่บ้าง ? แต่ละสัญชาติมีจำนวนกี่คน ? ยกตัวอย่างเช่น ไทย 4 คน จีน 2 คน อเมริกัน 1 คน เป็นต้น

     - อายุเด็ก : สำหรับบัตร บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ประเภทต่าง ๆ “เด็ก” โปรดตรวจสอบเงื่อนไขเด็กจากข้อมูลด้านล่างตารางราคา ดังนั้นหากแจ้งจองที่นั่งโดยระบุว่ามีเด็กอยู่ภายในกลุ่มจึงจำเป็นจะต้องแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของส่วนสูงเด็กไว้ด้วย

     5.เมื่อแจ้งข้อมูลการจองครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ให้รอรับข้อความยืนยันการจองทาง Line (กรณีที่นั่งเต็มก็จะมีการแจ้งผลการจองกลับทาง Line ให้ทราบเช่นกันครับ)

     6.เมื่อได้รับข้อความยืนยันการจองเสร็จเรียบร้อยแล้ว กรุณาชำระค่าใช้จ่ายเข้าบัญชีทางด้านล่างภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อความยืนยันการจอง (ก่อนชำระค่าใช้จ่ายโปรดตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนเงิน, ชื่อ และเลขที่บัญชีทุกครั้งด้วยครับ) หากไม่มีการชำระค่าใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด การจองจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

 

บัญชีออมทรัพย์ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาเมืองทองธานีซิตี้เซ็นเตอร์ 2
ชื่อบัญชี : Thongteaw.com (ท่องเที่ยวดอทคอม)

เลขที่บัญชี : 402-222838-7


     7.เมื่อชำระค่าใช้จ่ายเสร็จเรียบร้อย กรุณาส่งหลักฐานการชำระค่าใช้จ่ายมาทาง Line

     - กรณีเป็น Slip จากตู้ ATM หรือใบนำฝากของธนาคารให้ใช้การถ่ายรูปส่งทาง Line

     - กรณีเป็นการโอนผ่าน Application บน Smartphone หรือ Tablet ให้ Capture หน้าจอซึ่งดำเนินการชำระค่าใช้จ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้วส่งมาทาง Line

     8.ทีมงานจะใช้เวลาในการตรวจสอบหลักฐานการชำระค่าใช้จ่าย ตรวจสอบความถูกต้องของยอดโอน และดำเนินการส่ง Voucher กลับทาง Line ภายในเวลา 24 – 48 ชม. หากยอดโอนหรือหลักฐานการชำระค่าใช้จ่ายไม่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ทีมงานจะแจ้งให้ท่านทราบทาง Line เพื่อขอความกรุณาให้ท่านดำเนินการอย่างถูกต้องอีกครั้ง

     9.เมื่อได้รับ Voucher เรียบร้อยแล้ว ในวันเดินทางมา บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ท่านสามารถใช้หลักฐานยืนยันตัวตน (บัตรประชาชน, ใบขับขี่ หรือหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณี) ร่วมกับการแสดง Voucher จาก Smartphone หรือ Tablet เพื่อ Check In ได้ทันที

     10.เว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม (www.thongteaw.com) ไม่มีความประสงค์หรือนโยบายใดๆ ที่จะกระทำการเพื่อหลอกลวง ทุจริต หรือฉ้อโกงท่านในทุกกรณี หากไม่สามารถสำรองโปรโมชั่นได้ ทางเว็บไซต์ยินดีคืนค่าใช้จ่ายซึ่งท่านได้ชำระไว้ล่วงหน้าให้เต็มจำนวนโดยไม่มีเงื่อนไข

     
11.ผู้รับผิดชอบ บ้านวังน้ำหยาด & วังน้ำหยาดรีสอร์ท : หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว


     หมายเหตุ
     รายละเอียดโปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของสภาพคลื่นลม และสภาวะอากาศ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก และผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้า


     - ราคานี้มีผลวันนี้ - 31 ตุลาคม 2561 เท่านั้น


สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในเขตจังหวัดเชียงใหม่
(กรุณาคลิ๊ก “ ชื่อสถานที่ท่องเที่ยว” เพื่อชมภาพถ่ายและข้อมูลของสถานที่แต่ละแห่งโดยละเอียด)
อ.เมือง
 วัดพระธาตุดอยสุเทพ , วัดเจ็ดยอด , วัดปราสาท , พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ,
 สวนสัตว์เชียงใหม่ , เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ,  เชียงใหม่ไนท์บาซาร์
 ประเพณีลอยโคมยี่เป็ง
อ.ฮอด
 ออบหลวง
อ.ฝาง
 บ่อน้ำร้อนฝาง  
อ.หางดง
 บ้านร้อยอันพันอย่าง , อุทยานหลวงราชพฤกษ์
อ.แม่แตง
 โป่งเดือดป่าแป๋
อ.จอมทอง
 น้ำตกแม่ยะ , น้ำตกแม่กลาง , น้ำตกวชิรธาร , ดอยอินทนนท์


     ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง >> : ที่พัก/โรงแรม/รีสอร์ท ในจ.เชียงใหม่




โปรโมชั่นทัวร์และบัตรเข้าชมสถานที่/การแสดงในเขต จ.เชียงใหม่ ราคาพิเศษ !!

(กรุณาคลิ๊ก “ชื่อโปรแกรมทัวร์/ชื่อสถานที่ท่องเที่ยว” เพื่อชมภาพถ่ายและข้อมูลต่าง ๆ โดยละเอียด)

ประเภทบัตร & โปรแกรมทัวร์
ราคา (บาท)
1.   ล่องเรือแม่น้ำปิง : เรือแม่ปิงริเวอร์ครุยส์ (Mae Ping River Cruise)
450 - 800
2.   ล่องแพแม่น้ำแตง
350 - 1,500
3.   บ้านวังน้ำหยาด (หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว)
300 - 1,800
4.   บ้านโต้งหลวง (หมู่บ้านชาวเขา 8 เผ่า)
300 - 500
5.   เวียงกุมกาม
650 - 800
6.   คุ้มขันโตก
350 - 530
7.   ขันโตกศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่
300 - 440
8.   เบญจรงค์ขันโตก
150 - 320
9.   สิบสองปันนาขันโตก
150 - 250
10. ทัวร์ดอยสุเทพ
500 - 1,500
11. สวนสัตว์เชียงใหม่
170 - 700
12. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
50 - 950







   

สงวนลิขสิทธิ์โดย : เว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 12/02025

 
Copyright since 2008 by www.thongteaw.com - All right reserved.