ทัวร์เกาะราชาใหญ่ (เกาะรายาใหญ่) : หากกล่าวถึง “แหลมพรหมเทพ” หรือ “หาดป่าตอง” จ.ภูเก็ตแล้ว คงมีน้อยคนที่จะปฏิเสธว่าไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อ แต่หากเอ่ยถึง “เกาะราชาใหญ่” หรือ “เกาะรายาใหญ่” จ.ภูเก็ตขึ้นมาล่ะก็อาจจะมีหลายคนที่ตีหน้าเอ๋อ ๆ หรือส่ายศีรษะตอบว่าไม่รู้จัก ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว “เกาะราชาใหญ่ (รายาใหญ่)” นั้นมีสภาพแวดล้อมทั้งทางบกและทางทะเลที่สวยงามเหนือกว่า “หาดป่าตอง” มาก มีจุดชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ขึ้นและตกที่มีความโรแมนติกในระดับด้อยกว่า “แหลมพรหมเทพ” เพียงเล็กน้อย และถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต ที่มีความน่าสนใจใกล้เคียงกันกับ “หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา” จนได้รับการขนานนามว่า “สิมิลันน้อยแห่งอันดามัน” เลยทีเดียว
“เกาะราชาใหญ่” หรือที่เรียกกันในแบบภาษายาวีว่า “เกาะรายาใหญ่” เป็นเกาะซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ จ.ภูเก็ต ห่างจากชายฝั่งประมาณ 15 กม. สามารถเดินทางด้วยเรือเร็วจาก “ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง” หรือจาก “หาดราไวย์” มาถึงเกาะได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 30 นาที แต่ด้วยเหตุผลที่ห้องพักบนเกาะราชาใหญ่นั้นมีจำนวนค่อนข้างจำกัดและมักจะต้องจองล่วงหน้าเป็นเวลาหลายวัน จึงทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมซื้อโปรแกรมทัวร์แบบวันเดียว (เช้าไป – เย็นกลับ) มาจากเว็บไซต์หรือเคาน์เตอร์ทัวร์ต่าง ๆ ใน จ.ภูเก็ต แทนที่จะเลือกพักค้างแรมบนเกาะ (มีที่พักบนเกาะราชาใหญ่เพียงแค่ 4 – 5 แห่ง แถมบางแห่งก็ราคาแพงเกินกว่าที่คนไทยส่วนใหญ่จะรับไหว นอกจากนี้ที่พักในระดับราคาซึ่งคนไทยส่วนใหญ่พอจะรับได้นั้นหากไม่รีบจองก่อนวันเดินทางจริงอย่างน้อยสัก 20 – 30 วันก็มักจะไม่สามารถหาที่พักบนเกาะได้ครับ) ช่วงกลางวันชายหาดปะตกแห่งนี้จึงคลาคล่ำคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ แต่พอถึงช่วงเวลาเย็นภายหลังจากที่นักท่องเที่ยวตามโปรแกรมทัวร์วันเดียวเหล่านี้เดินทางกลับเข้าสู่ฝั่ง จ.ภูเก็ตไปแล้ว หาดปะตกและท้องทะเลโดยรอบเกาะราชาใหญ่ก็จะกลับเข้าสู่ความสงบงามอีกครั้ง [จากการประเมินของทีมงานท่องเที่ยวดอทคอม (www.thongteaw.com) พบว่าที่พักแต่ละแห่งบนเกาะราชาใหญ่นั้นสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เฉลี่ยเพียงแค่ 30 – 50 คน/แห่งเท่านั้น และที่พักเหล่านี้จะอยู่กระจายตัวห่าง ๆ กันไปตามชายหาด & อ่าวต่าง ๆ ของเกาะราชาใหญ่ ทำให้บรรยากาศของชายหาด & อ่าวต่าง ๆ โดยรอบเกาะไม่ค่อยมีผู้คนเบียดเสียด แออัด ยัดเยียดกันจนเกินไปนักแม้จะอยู่ในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องหรือช่วงวันหยุดประจำเทศกาลต่าง ๆ ก็ตาม]
"หาดปะตก" และ "เหยี่ยวแดง" ซึ่งพบเห็นได้บริเวณใกล้ ๆ กับ "รายารีสอร์ท" |
โดยรอบเกาะราชาใหญ่มีชายหาดและอ่าวที่มีความสวยงามอยู่หลายแห่ง ได้แก่
“หาดปะตก” ชายหาดชื่อดังซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะราชาใหญ่ ณ หาดปะตกแห่งนี้มีรีสอร์ทสุดหรูระดับ 5 ดาว “The Racha” ตั้งอยู่ ทำให้มีการจัดภูมิทัศน์และเก็บกวาดขยะบริเวณริมชายหาดเป็นอย่างดี น้ำทะเลสีเขียวอมฟ้าใส – ขุ่นตามช่วงเวลา ความแรงของคลื่นลม และปริมาณของเรือที่เข้ามาเทียบท่า (หากมีเรือเข้ามาเทียบท่าปริมาณมาก คลื่นกระแทกจากเรือจะมีส่วนในการทำให้ตะกอนทรายใต้น้ำฟุ้งกระจายและทำให้น้ำขุ่นได้ครับ) หาดทรายสีขาวเนื้อเนียนละเอียดนุ่มเท้า มีต้นผักบุ้งทะเลใบสีเขียวสดขึ้นแซมอยู่ริมชายหาดเป็นหย่อม ๆ ช่วยเน้นให้สีขาวของชายหาดเด่นขึ้นถนัดตา สำหรับผู้ที่ต้องการจะพักค้างแรมบนเกาะราชาใหญ่แต่ทำใจรับไม่ได้กับราคาแบบเจ็บ ๆของรีสอร์ท “The Racha” หรือค่าห้องพักแบบปวด ๆ ของรีสอร์ทแห่งอื่น ๆบนเกาะราชาใหญ่นั้น ทีมงานท่องเที่ยวดอทคอมขอแนะนำ “รายารีสอร์ท (Raya Resort)” รีสอร์ทวิวสวยที่สร้างห้องพักไล่เรียงกันไปตามแนวความชันของเนินเขาด้านทิศเหนือของหาดปะตก แม้ว่ารีสอร์ทแห่งนี้จะไม่ใช่รีสอร์ทที่มีราคาห้องพัก/คืนถูกที่สุดบนเกาะราชาใหญ่ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นรีสอร์ทขวัญใจซึ่งมีคนไทยนิยมเดินทางมาพักมากที่สุดบนเกาะทีเดียวเชียวนะ.....จะบอกให้ [“รายารีสอร์ท (Raya Resort)” เดิมใช้ชื่อ “บังกะโล รายารีสอร์ท (Bungalow Raya Resort)” แต่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศทักท้วงว่าเป็นการตั้งชื่อที่ไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ภายหลังรีสอร์ทแห่งนี้จึงได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อกลายเป็น “รายารีสอร์ท (Raya Resort)” ดังเช่นในปัจจุบัน]
ทางเดินกึ่งปูนกึ่งไม้สู่ "รายารีสอร์ท (Raya Resort)"
และสะพานพลาสติกบล็อกซึ่งทอดยาวไปยังด้านหน้ารีสอร์ทสุดหรู "The Racha" |
“หาดสยาม” ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของเกาะราชาใหญ่ ห่างจากหาดปะตกประมาณ 200 – 300 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินข้ามเนินเขาเตี้ย ๆ ข้าง “รายารีสอร์ท (Raya Resort)” ไปยังชายหาดแห่งนี้ได้ภายในระยะเวลาแค่ไม่เกิน 10 – 15 นาที หาดสยามเป็นชายหาดที่มีความยาวของแนวหาดทรายมากที่สุดบนเกาะราชาใหญ่และมีความสวยงามไม่แพ้หาดปะตกแต่กลับมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเยือนชายหาดแห่งนี้ไม่มากเท่าไหร่นัก เหตุผลส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่านักท่องเที่ยวส่วนมากไม่อยากเดินให้เมื่อยและการว่ายน้ำ นั่ง หรือพักผ่อนอยู่ ณ หาดปะตกก็ให้ความรู้สึกดีดีเพียงพอแล้ว ใครซึ่งชอบพักผ่อนในบรรยากาศที่มีความเป็นส่วนตัวสูง หาดทรายสวย น้ำทะเลใส ห่างไกลความวุ่นวาย มีร่มไม้ชายทะเลให้หลบร้อน แนะนำว่าให้ลองมาที่ “หาดสยาม” มีที่พักคุณภาพดีติดริมชายหาดเปิดให้บริการอยู่ ได้แก่ “รายาบุรีรีสอร์ท เกาะราชาใหญ่”
โขดหิน ณ "หาดสยาม"
“อ่าวหลา” และ “อ่าวทือ” เป็นอ่าวซึ่งมีหาดหินปนกรวดและทรายละเอียด ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะราชาใหญ่ “อ่าวหลา” เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม เป็นที่ตั้งของ “หินอาทิตย์รุ่งอรุณ (Sunrise Rock)” ซึ่งเป็นก้อนหินขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 – 4 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถปีนขึ้นไปนั่งบนหินก้อนนี้เพื่อรอชมภาพดวงอาทิตย์ยามอรุณรุ่งที่ค่อย ๆ เคลื่อนพ้นขึ้นมาจากเส้นแบ่งกั้นระหว่างขอบฟ้าและมหาสมุทรได้ ส่วน “อ่าวทือ” นั้นก็สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าได้เช่นเดียวกันกับ “อ่าวหลา” แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรู้จัก “อ่าวทือ” ในฐานะของจุดดำน้ำดูปะการังแบบพื้นผิว (Snorkeling) และจุดรับ – ส่งนักท่องเที่ยวขึ้น – ลงเกาะราชาใหญ่ในช่วงเวลาที่น้ำทะเลลดลงมากจนไม่สามารถจอดเรือรับ - ส่งนักท่องเที่ยวบริเวณ “หาดปะตก” ได้ซะมากกว่า ปัจจุบันสภาพปะการังน้ำตื้นบริเวณ “อ่าวทือ” แห่งนี้ทรุดโทรมไปมาก หากคุณมีโอกาสพักค้างแรมบนเกาะราชาใหญ่แล้วอยากดำน้ำตื้นบริเวณอ่าวด้านทิศตะวันออกนี้ล่ะก็ทีมงานท่องเที่ยวดอทคอมแนะนำว่าให้เช่าเสื้อชูชีพและอุปกรณ์ดำน้ำจากที่พักแล้วแวะมาบริเวณ “อ่าวหลา” ซึ่งมีความสมบูรณ์ของปะการังมากกว่าบริเวณ “อ่าวทือ” จะดีกว่า (แต่ความสมบูรณ์ของปะการัง ณ อ่าวหลา นี้ก็อยู่เพียงแค่ระดับปานกลางเท่านั้นครับ) นักท่องเที่ยวที่พักแรมบนเกาะราชาใหญ่สามารถเดินตามทางดินบนเกาะมาถึงอ่าวทั้งสองแห่งนี้ได้ด้วยตนเอง
" อ่าวทือ" กับแสงทองยามเช้า และ "หินอาทิตย์รุ่งอรุณ" ที่ "อ่าวหลา"
“อ่าวขอนแค” คือ อ่าวสุดท้ายริมชายฝั่งด้านทิศตะวันออกของเกาะราชาใหญ่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้ามาถึงได้ มีรีสอร์ทเปิดให้บริการบริเวณอ่าวขอนแคแห่งนี้เพียงรีสอร์ทเดียว คือ “บ้านรายา” ใครที่ชื่นชอบการดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจอาจจะเลือกพักค้างแรม ณ รีสอร์ทแห่งนี้ แล้วค่อยเช่าอุปกรณ์ดำน้ำพร้อมเสื้อชูชีพว่ายออกมาจากชายหาดหน้ารีสอร์ทแค่ 20 – 30 เมตรก็จะได้พบกับแนวปะการังซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ในระดับปานกลางแล้ว แต่หากคุณเป็นคนที่รักบรรยากาศชายหาดกว้าง ๆ ทรายสีขาวนวลเนียนนุ่มเท้าล่ะก็ การเลือกค้างแรม ณ “บ้านรายา” อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสักเท่าไหร่นักเนื่องจากชายหาดบริเวณ “อ่าวขอนแค” เป็นหาดหินปนกรวดและทรายหยาบสีน้ำตาลอมแดงแคบ ๆ ดูไม่ค่อยสวยงามเหมือน “ หาดปะตก” หรือ “หาดสยาม”
"อ่าวขอนแค" จุดดำน้ำยอดนิยมของเกาะราชาใหญ่
โดยภาพรวม “เกาะราชาใหญ่ (เกาะรายาใหญ่)” จ.ภูเก็ต อาจจะมีความงดงามของน้ำทะเลและหาดทรายด้อยกว่า “หมู่เกาะสิมิลัน” จ.พังงา และอาจจะมีความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการังใต้ท้องน้ำเทียบเคียงไม่ได้กับ “หมู่เกาะสุรินทร์” จ.พังงา หรือ “เกาะเต่า” จ.สุราษฎร์ธานี แต่สมญานาม “สิมิลันน้อยแห่งอันดามัน” นั้นก็มิใช่ชื่อซึ่งถูกตั้งขึ้นอย่างเลื่อนลอยไร้ที่มาอันเหมาะสม แม้ว่าธรรมชาติต่าง ๆ บนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้จะเริ่มทรุดโทรมและเสื่อมถอยไปตามเหตุปัจจัยที่เปลี่ยนแปลง แต่ความงดงามของหาดทรายขาว น้ำทะเลใส มวลหมู่ปลา และความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการังต่าง ๆ โดยรอบเกาะราชาใหญ่ก็ยังคงหลงเหลืออยู่มากพอที่จะทำให้พวกเราทีมงานท่องเที่ยวดอทคอม (www.thongteaw.com) ลงความเห็นว่า “เกาะราชาใหญ่ (เกาะรายาใหญ่)” คือ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.ภูเก็ตซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการแวะมาเยี่ยมเยือนครับ
ดวงตะวันกำลังลาลับขอบฟ้าด้านหน้า "หาดปะตก"
|