Custom Search
 

อักษราหุ่นละครเล็ก โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ – ภัตตาคารรามายณะ

King Power Downtown Complex

(กรุณาชมภาพถ่ายและข้อมูลโดยละเอียดของ "อักษราหุ่นละครเล็ก - ภัตตาคารรามายณะ" ทางด้านล่าง)



อักษราหุ่นละครเล็ก - ภัตตาคารรามายณะ

ราคา (บาท)

การแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก (Show Only)

xxx (walk in 400)

บุฟเ่ฟ่ต์ภัตตาคารรามายณะ มื้อกลางวัน (Lunch)

xxx (walk in 400)

บุฟเ่ฟ่ต์ภัตตาคารรามายณะ มื้อค่ำ (Dinner)

xxx (walk in 600)   

บุฟเ่ฟ่ต์ภัตตาคารรามายณะ มื้อค่ำ (Dinner)
+ การแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก (Minishow)
เฉพาะ พฤหัส - อาทิตย์ เวลา 18.30 - 19.00 น.

xxx (walk in 650)

บุฟเ่ฟ่ต์ภัตตาคารรามายณะ มื้อค่ำ (Dinner)
+ การแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก (โรงละครอักษรา)
เฉพาะ จันทร์ - พุธ เวลา 19.30 - 20.30 น.

xxx (walk in 1,000)   

     (เนื่องด้วยพันธะผูกพันบางประการกับทาง "กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์" จึงทำให้ "เว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม" ไม่สามารถเปิดเผยราคาโปรโมชั่นของบัตรชมการแสดง "อักษราหุ่นละครเล็ก" รวมถึงราคาบัตรรับประทานอาหาร "บุฟเฟ่ต์ภัตตาคารรามายณะ" ได้ในเว็บเพจหน้านี้ หากท่านต้องการซื้อบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก และ/หรือ บัตรรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ภัตตาคารรามายณะ กรุณาิติดต่อสอบถามราคาโปรโมชั่นประจำเดือนได้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 54  -  30 ก.ย. 55 ได้ตามเบอร์โทรศัพท์ในกรอบทางด้านล่าง)    


     หมายเหตุ - เด็กสูงน้อยกว่า 80 ซม. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่จะไม่มีการสำรองที่นั่งชมการแสดง และ/หรือ ที่นั่งรับประทานอาหารให้

                       - บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน         เปิดให้บริการเวลา 11.30 – 14.00 น.
                       - บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ                  เปิดให้บริการเวลา 17.00 – 21.30 น.
                       - การแสดงเต็มรูปแบบของ “อักษราหุ่นละครเล็ก” ในโรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์
                         เปิดแสดงเฉพาะวันจันทร์ – พุธ วันละ 1 รอบ เวลา 19.30 – 20.30 น.
                       -
การแสดง Mini Show ของ “อักษราหุ่นละครเล็ก” ในโซนหนุมาน ภัตตาคารรามายณะ
                         เปิดแสดงเฉพาะวันพฤหัสบดี – อาทิตย์ วันละ 1 รอบ เวลา 18.30 – 19.00 น.
                        จำหน่ายบัตรชมการแสดง Mini Show ร่วมกับบัตรรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำเท่านั้น




รับทันที !! โปรโมชั่นบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก

และบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารรามายณะ ราคาพิเศษ !!

เฉพาะผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ :

(089) 137-8702 , (084) 145-0957 , (084) 360-2913 หรือ (02) 928-2167  

Fax. (02) - 980-4455 , (02) - 981-4599 , (02) - 457-2698

กรุณาสำรองบัตรล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ



    
     รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการจองบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก และบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารรามายณะ

     เงื่อนไขการจอง และการชำระเงิน

     1. บริการจองบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก และบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารรามายณะ ราคาพิเศษนี้ จัดให้เฉพาะผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอมซึ่งติดต่อจองล่วงหน้าตามเงื่อนไขด้านล่างต่อไปนี้และมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 - 30 กันยายน 2555 เท่านั้น
     2. ต้องสำรองบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก และบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารรามายณะ ราคาพิเศษล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน ในช่วงวันทำการปกติ (และล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง หรือช่วงเทศกาล)
     3. โทรศัพท์ตรวจสอบที่ว่างสำหรับบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก และบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารรามายณะ ตามเบอร์ติดต่อ (089) 137-8702 , (084) 145-0957 , (084) 360-2913 หรือ (02) 928-2167
     4. กรณีมีที่ว่างสำหรับบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก และบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารรามายณะราคาพิเศษ กรุณาชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนตามที่นั่งซึ่งได้สำรองไว้ (ชำระค่าใช้จ่ายตามราคาโปรโมชั่นในตาราง ไม่ใช่ตามราคาปกติในวงเล็บค่ะ) ภายใน 3 วัน หลังจากติดต่อสำรองบัตร (และต้องชำระค่าใช้จ่ายให้เรียบร้อยก่อนวันเดินทางจริงล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ในกรณีวันทำการปกติ หรือชำระค่าใช้จ่ายเพื่อสำรองบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก และบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารรามายณะ ให้เรียบร้อยก่อนวันที่เดินทางจริงล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันในกรณีวันหยุดต่อเนื่องหรือวันหยุดช่วงเทศกาล) โดยโอนเงินเข้าบัญชีตามที่ระบุไว้ด้านล่างนี้เท่านั้น

     การชำระเงิน     โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารด้านล่างนี้เท่านั้น

 


บัญชีออมทรัพย์ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาเมืองทองธานีซิตี้เซ็นเตอร์ 2
ชื่อบัญชี : Thongteaw.com (ท่องเที่ยวดอทคอม)

เลขที่บัญชี : 402-222838-7



     5. ภายหลังจากชำระค่าใช้จ่ายเสร็จเรียบร้อย กรุณาโทรแจ้งการชำระค่าใช้จ่ายตามหมายเลขโทรศัพท์ในข้อ 3. เพื่อยืนยันการสำรองบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก และบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารรามายณะราคาพิเศษดังข้างต้น และเก็บสลิปการโอนค่าใช้จ่ายไว้เป็นหลักฐาน
     6. ภายหลังจากยืนยันการชำระค่าใช้จ่าย (และตรวจสอบพบว่ามีการชำระค่าใช้จ่ายแล้วจริง) ท่านจะได้รับใบจองในระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน (ปกติจะได้รับภายใน 24 - 48 ชม.) โดยสามารถนำใบจองดังกล่าวไปแสดง ณ เคาน์เตอร์สำรองบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก และบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารรามายณะได้ในวันและเวลาที่ทำการสำรองไว้ ในกรณีที่ตรวจสอบไม่พบการชำระค่าใช้จ่าย เจ้าหน้าที่จะติดต่อแจ้งให้ท่านส่งสำเนาสลิปการโอนค่าใช้จ่าย มาตรวจสอบอีกครั้งตามหมายเลข Fax. (02) - 980-4455 , (02) - 981-4599 , (02) - 457-2698 หรือ E-mail : Thongteaw.com@gmail.com และจะมีการติดต่อจากเจ้าหน้าที่กลับไปแจ้งผลการตรวจสอบอีกครั้งภายใน 24 - 48 ชม.
     7. เนื่องจากการสำรองบัตรตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นนี้เป็นการสำรองบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก และบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารรามายณะราคาพิเศษ ภายหลังจากที่ท่านได้ทำการชำระค่าใช้จ่ายแล้วจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือขอยกเลิกการสำรองได้ เว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอมขอสงวนสิทธิ์ในการงดคืนค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งท่านได้ชำระไว้แล้วในทุกกรณี (ยกเว้นกรณีตามข้อ 8.)
     8. เว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม (www.thongteaw.com) ไม่มีความประสงค์หรือนโยบายใด ๆ ที่จะกระทำการเพื่อหลอกลวง ทุจริต หรือ ฉ้อโกงท่านในทุกกรณี หากทางเว็บไซต์ไม่สามารถสำรองบัตรราคาพิเศษตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นนี้ให้แก่ท่านได้ ทางเว็บไซต์ยินดีคืนค่าใช้จ่ายซึ่งท่านได้ชำระไว้แล้วเต็มจำนวนให้ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น

     หมายเหตุ  ราคานี้มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2554 - 30 กันยายน 2555 เท่านั้น


    

อักษราหุ่นละครเล็ก โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ – ภัตตาคารรามายณะ

King Power Downtown Complex


     “หุ่นละครเล็ก” เป็นการแสดงที่ผสมผสานศิลปะหลากหลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ “หัตถศิลป์” ซึ่งใช้ในการสร้างโครงร่างองค์ประกอบของหุ่น , “ประณีตศิลป์” ที่ใช้ในการออกแบบเครื่องแต่งกาย , “นาฏศิลป์” หรือการใช้ลีลา ท่าเชิด ท่ารำ , “คีตศิลป์” ในดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง และ “มัณฑนศิลป์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกแบบฉาก รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ จาก “วรรณกรรม” ชิ้นเอก (เช่น รามเกียรติ์ , พระอภัยมณี , ราชาธิราช เป็นต้น) ที่นำมาบอกเล่าผ่านการเชิดหุ่นอันงดงามวิจิตร





"อักษราหุ่นละครเล็ก" ร่ายรำกระทำลีลาประดุจดั่งว่ามีชีวิต


     การแสดงหุ่นละครเล็กถือได้ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่ยากจะหาผู้สืบทอดในปัจจุบัน ครั้งนี้ทีมงานท่องเที่ยวดอทคอม (www.thongteaw.com) จึงอยากจะขอโอกาสในการนำพาทุกๆ ท่านมาทำความรู้จักกับ “อักษราหุ่นละครเล็ก” คณะของศิลปินผู้มีใจรักในศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็กอันทรงคุณค่านี้

     แต่เบื้องต้นก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับ “อักษราหุ่นละครเล็ก” แห่งโรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ พวกเราจะขออนุญาตนำทุกๆ ท่านย้อนรอยอดีตกลับไปค้นหาเหตุการณ์อันเป็นต้นกำเนิดและประวัติศาสตร์โดยย่นย่อของ “หุ่นละครเล็ก” กันเสียก่อน





โฉมหน้ากลุ่มศิลปิน "อักษราหุ่นละครเล็ก" แห่งโรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์

               

     ในราวปี พ.ศ. 2444 “ครูแกร ศัพทวนิช” ศิลปินผู้มีความสามารถในศิลปะการแสดงโบราณหลากหลายด้านได้ค้นคิดประดิษฐ์หุ่นชนิดหนึ่งขึ้นโดยเลียนแบบมาจาก “หุ่นหลวง ( “หุ่นหลวง” มีต้นกำเนิดในสมัยกรุงศรีอยุธยา และถือได้ว่าเป็นต้นแบบของ “หุ่นเชิด” หลากหลายชนิดในประเทศไทย แต่ปัจจุบัน “การเชิดหุ่นหลวง” ไม่มีปรากฏให้เห็นอีกต่อไปแล้ว คงมีแต่ตัว “หุ่นหลวง” ที่ได้รับการซ่อมแซมโดย “อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต” ตั้งแสดงเอาไว้ให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร เท่านั้น) แต่มีรายละเอียดกลไกและความประณีตด้อยกว่าทำให้หุ่นชนิดนี้สามารถแสดงอากัปกิริยาต่างๆ ในขณะเชิดได้น้อยกว่าหุ่นหลวง (เช่น ไม่สามารถกลอกลูกตาได้เหมือนกับหุ่นหลวง) เมื่อแรกนำออกแสดงนั้นยังไม่มีชื่อเรียกของหุ่นชนิดใหม่นี้ ต่อมาครูแกรมีโอกาสได้นำหุ่นไปเล่นถวาย “กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช” ท่านจึงทรงตั้งนามให้ว่า “ละครเล็ก” หรือ “หุ่นละครเล็ก” จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นจึงถือได้ว่า “ครูแกร ศัพทวนิช” เป็น “บิดาผู้ให้กำเนิดหุ่นละครเล็ก” นั่นเอง



 
โอนอ่อน พลิ้วไหว แต่ยังคงไว้ซึ่งความเกรียงไกรในการแสดงชุด "ระบำครุฑ"



     แม้ว่า “หุ่นละครเล็ก” จะสร้างขึ้นโดยนำต้นแบบมาจาก “หุ่นหลวง” แต่ก็ยังมีความแตกต่างในลักษณะโครงร่างของตัวหุ่นและวิธีการเชิดการแสดงอยู่หลายประการ เช่น หุ่นละครเล็กส่วนใหญ่จะไม่สามารถถอด “ชฎา” หรือ “เครื่องสวมครอบศีรษะหุ่น” ออกได้ดังเช่นหุ่นหลวง , ตัวหุ่นละครเล็กทำจากกระดาษข่อยและโครงลวดในขณะที่ตัวหุ่นหลวงสร้างขึ้นจากไม้น้ำหนักเบา (คือ ไม้ทองหลางและไม้นุ่น) ,  การแสดงหุ่นละครเล็กต้องใช้ผู้เชิด 2 – 3 คนต่อหุ่น 1 ตัว แต่การแสดงหุ่นหลวงใช้ผู้เชิดเพียง 1 คนต่อหุ่น 1 ตัว เป็นต้น ด้วยความแตกต่างจากหุ่นหลวงในหลายประการดังกล่าวข้างต้นนี้เอง หุ่นละครเล็กจึงถือได้ว่าเป็นศิลปะการแสดงชนิดใหม่ที่เพิ่งกำเนิดขึ้นในยุคสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์

     ผู้เชิดหุ่นละครเล็กนั้นจะต้องออกท่าทางร่ายรำเช่นเดียวกับตัวหุ่น เพราะฉะนั้นผู้เชิดจึงต้องรู้จักและมีความชำนาญในการเล่นโขน – ละครเป็นอย่างดี นอกจากนี้การที่หุ่นละครเล็กต้องใช้ผู้เชิด 2 – 3 คนต่อหุ่น 1 ตัวก็ทำให้ผู้เชิดแต่ละคนจำเป็นต้องแบ่งหน้าที่ควบคุมกลไกแต่ละส่วนของหุ่นอย่างเหมาะสมและเชิดประสานสัมพันธ์กันให้ได้ มิฉะนั้นการเคลื่อนไหวของตัวหุ่นจะไม่งดงามอ่อนช้อย ไม่เป็นธรรมชาติ ศิลปะการเชิดการแสดงหุ่นละครเล็กจึงมีความสลับซับซ้อนและยากต่อการฝึกฝนไม่น้อย



 
นาฏศิลป์ไทยสูงล้ำเลอค่า "อักษราหุ่นละครเล็ก" ขอร่วมสืบสาน



     ภายหลังจากที่ “ครูแกร ศัพทวนิช” เสียชีวิตลง ท่านได้ทิ้งมรดกหุ่นละครเล็กไว้ให้กับนางหยิบ (ลูกสะใภ้ของครูแกร) จำนวน 30 ตัว ต่อมานางหยิบได้มอบหุ่นละครเล็กชุดดังกล่าวให้แก่ “ครูสาคร ยังเขียวสด” ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของครูแกร เมื่อครูสาครรับมอบชุดหุ่นละครเล็กจากนางหยิบมาแล้วก็มิได้ดำเนินการใดๆ เนื่องจากชุดหุ่นที่ได้รับมาอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างทรุดโทรม ภายหลังครูสาครได้มอบชุดหุ่นละครเล็กมรดกของครูแกรให้แก่ “เมืองโบราณ” จ.สมุทรปราการและครูสาครก็ได้สร้างหุ่นฤๅษีขึ้นไว้เพื่อบูชาระลึกถึงครูแกรเท่านั้น




 
"หุ่นละครเล็ก" ต้องใช้ผู้เชิด 2 - 3 คน/หุ่น 1 ตัว จึงมีความสลับซับซ้อนและยากต่อการฝึกฝน



     “ครูสาคร ยังเขียวสด” เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2465 ในเรือละครขณะที่บิดากำลังเดินทางไปแสดงกับคณะหุ่นละครเล็กของครูแกร นางปลั่งภรรยาของครูแกรได้ตั้งชื่อทารกแรกเกิดว่า “สุดสาคร”  เพราะขณะนั้นคณะหุ่นละครเล็กของครูแกรกำลังจะแสดงเรื่อง “พระอภัยมณี” จนต่อมาเด็กน้อยจึงได้เปลี่ยนชื่อไปเป็น “สาคร” เฉยๆ ครูสาครเติบโตคลุกคลีอยู่กับคณะของครูแกรมาตั้งแต่ยังเด็กจึงมีโอกาสได้ซึมซับการประดิษฐ์ การเชิด และการแสดงหุ่นละครเล็กมาโดยตลอด ครั้นย่างเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นครูสาครก็ได้ฝึกหัดการแสดงอีกหลายอย่างทั้งโขน ลิเก ละคร จนมีความสามารถเชี่ยวชาญแล้วออกเดินทางตระเวนทำการแสดงไปตามสถานที่ต่างๆ พร้อมๆ กับบิดา



  
ชั้นเชิงการเข้าชิงชัยในฉาก "ยกรบ"

 
....................ระเริงเร้ารำร่ายคล้ายจะโบกโบยบิน....................

  
การแสดงอันวิจิตรบรรจง.....ร่วมธำรงไว้ซึ่งความเป็นไทย



     หลังจากที่การแสดงหุ่นละครเล็กห่างหายไปจากสังคมไทยเป็นเวลาเกือบ 50 ปี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ได้เสนอให้ “ครูสาคร ยังเขียวสด ” ประดิษฐ์หุ่นละครเล็กขึ้นใหม่แล้วนำออกแสดงอีกครั้งเพื่อเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็กให้แก่อนุชนรุ่นหลัง โดยเริ่มเปิดการแสดงรอบปฐมฤกษ์ต่อหน้าสาธารณะชนในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2528

     “ ครูสาคร ยังเขียวสด ” ได้รับการยกย่องประกาศเกียรติคุณให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็ก เมื่อปี พ.ศ. 2539 ท่านเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ด้วยภาวะน้ำท่วมปอด สิริรวมอายุได้ 85 ปี ถึงแม้ว่า “ครูสาคร ยังเขียวสด” จะไม่ใช่ “บิดาผู้ให้กำเนิดหุ่นละครเล็ก” แต่ท่านก็เป็นบุคคลผู้หนึ่งซึ่งมีความสำคัญในการช่วยให้ศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็กสืบทอดดำรงคงอยู่มาได้จนถึงปัจจุบัน



     “อักษราหุ่นละครเล็ก” เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มศิลปินผู้มีใจรักในการแสดงหุ่นละครเล็กและมีความต้องการที่จะอนุรักษ์ศิลปะอันทรงคุณค่าชนิดนี้ให้ดำรงคงอยู่สืบต่อไปอีกตราบนานเท่านาน ดำเนินการแสดงโดยได้รับการสนับสนุนทรัพยากรด้านต่างๆ จากกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ (King Power Group)





"ซุ้มประตูอักษรา" โอ่อ่าดุจดั่งประตูทางเข้าสู่อาณาจักรอันยิ่งใหญ่



     การแสดงของคณะ “อักษราหุ่นละครเล็ก” เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะการเชิดหุ่นละครเล็กแบบโบราณอันอ่อนช้อย ประณีต งดงาม เสริมเพิ่มความวิจิตรตระการตาด้วยเทคนิคทางด้านเวที แสง สี เสียงสมัยใหม่อันสมบูรณ์แบบของ “โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์” โรงละครขนาดกลางที่สามารถจุผู้เข้าชมได้มากถึง 600 ที่นั่ง


 
ภายในโรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์
และ บุษบกสีทองอร่ามซึ่งประดิษฐาน "หุ่นละครเล็กพระราชทาน"



     “โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ (Aksra Theatre King Power)” เป็นโรงละครซึ่งถือกำเนิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เป็นเวทีการแสดงของคณะ “อักษราหุ่นละครเล็ก” ออกแบบแบ่งแยกพื้นที่การใช้งานเป็น 3 ส่วน เชื่อมต่องานสถาปัตยกรรมของแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกันตามแนวความคิด “อาณาจักร – พระราชวัง – สรวงสวรรค์” โดย พื้นที่ด้านนอก ตั้งแต่ซุ้มประตูอักษราจนถึงบันไดทางขึ้นประดับด้วยประติมากรรม “ยักษ์” จากวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์” ให้ความรู้สึกโอ่อ่าดุจดั่งประตูทางเข้าสู่อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ เมื่อเดินจากบันไดทางขึ้นผ่านเข้าไปทางด้านหลังก็จะพบกับ โถงต้อนรับ สุดตระการตาสง่างามตามแบบท้องพระโรงของพระราชวัง โถงต้อนรับของโรงละครอักษรามีระดับเพดานสูง 14 เมตร เขียนลวดลายไทยสุดวิจิตรรอบด้าน ส่วนกลางโถงมีบุษบกสีทองอร่ามซึ่งประดิษฐานหุ่นละครเล็กพระราชทานตั้งอยู่ ด้านบนกำแพงโถงเบื้องหลังบุษบกทั้งสองฟากประดับประติมากรรมหินทรายรูปนางในวรรณคดีดูอ่อนช้อยงดงาม






....................ที่แห่งนี้คือบ้านของ "อักษราหุ่นละครเล็ก"....................

 

     จากโถงต้อนรับมีทางเดินด้านข้างสองฝั่งนำไปสู่ โรงละครอักษรา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ส่วนในสุด การรังสรรค์งานสถาปัตยกรรมภายใน “โรงละครอักษรา” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะยุคบาโรค (Baroque) ผสมผสานกับงานศิลปะแบบไทยๆ กลายเป็นโรงละครรูปเกือกม้าอันโอ่โถงสวยงาม ฟ้าเพดานของโรงละครถูกออกแบบเป็นลักษณะก้นหอยเขียนลายเทวภูมิ ผนังรอบทิศตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยงานประติมากรรมนูนสูงรูปเทวดาและนางฟ้าร่ายรำในท่วงทำนองราวกับกำลังโลดแล่นอยู่บนสรวงสวรรค์

      การหลอมรวมกันอย่างลงตัวของชิ้นงานศิลปะต่างๆ ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้นประกอบกับมาตรฐานด้านเวที แสง สี เสียง สมัยใหม่อันสมบูรณ์แบบ ได้ทำให้ “โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์” กลายเป็นโรงละครชั้นนำแถวหน้าของประเทศไทยในปัจจุบัน






มุมมองจากบนเวทีการแสดง ย้อนกลับไปยังเก้าอี้นั่งผู้รับชม



     เรื่องราวหลากหลายตอนในวรรณคดีไทย , ดนตรีท้องถิ่น และระบำพื้นบ้านของภาคต่างๆ ตลอดจนตำนานอันเป็นอมตะ รวมถึงการร่ายรำอันเป็นลักษณะเฉพาะของบางชนชาติ ได้ถูกหยิบยกมาเรียงร้อยใหม่แล้วถ่ายทอดออกมาโดยหุ่นละครเล็กซึ่งประดิษฐ์ขึ้นเป็นการเฉพาะสำหรับการแสดงแต่ละชุด ฉากต่างๆ ตามท้องเรื่องแต่ละแบบถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงเพื่อให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันน่าหลงใหล เมื่อสิ่งเหล่านี้หลอมรวมเข้ากับท่วงท่าลีลาการเชิดหุ่นที่สอดประสานรับกันอย่างลงตัวของเหล่าศิลปิน จึงทำให้การแสดงของคณะ “อักษราหุ่นละครเล็ก” กลายเป็นการแสดงที่มีเอกลักษณ์เชิงวัฒนธรรมร่วมสมัยซึ่งยากจะหานักแสดงกลุ่มอื่นใดมาเทียบเคียงได้

     ปัจจุบัน “อักษราหุ่นละครเล็ก” มีการแสดงชุดถาวรที่แสดงหมุนเวียนต่อเนื่องกันตลอดทั้งปีอยู่ทั้งหมด 12 ชุด แต่ละชุดมีรายละเอียดโดยสังเขปดังต่อไปนี้

     ชุดที่ 1 ระบำครุฑ จากพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) เรื่อง “อุณรุฑ” สู่ระบำเทิดพระเกียรติสุดตระการตาด้วยเทคนิคแสง สี เสียง ผสานท่วงท่าร่ายรำอันงามสง่าของครุฑผู้ยิ่งใหญ่อยู่บนฟากฟ้า และเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระนารายณ์เพื่อปกปักรักษาความดีงามทั้งปวง

     ชุดที่ 2 ศรีชัยสิงห์ ถักทอจินตนาการจากภาพจำหลักท่วงท่าร่ายรำของ “นางอัปสราบายน” มาเป็นระบำของหมู่นางอัปสรอันอ่อนช้อยงดงาม สอดประสานกับท่วงทำนองของเพลง “ขอมชมจันทร์” และ “เขมรเร็ว” อย่างลงตัว

     ชุดที่ 3 กินรีร่อน จากตอนหนึ่งในวรรณกรรมเรื่อง “มโนราห์” เป็นฉากที่เหล่ากินรีเพลิดเพลินอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเนรมิตของป่าหิมพานต์ด้วยกระบวนท่ารำที่มีความวิจิตร สวยงาม ประกอบกับอาภรณ์เครื่องแต่งกายอันประณีตบรรจง คณะ “อักษราหุ่นละครเล็ก” ได้ดัดแปลงการแสดงชุดนี้ให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงยึดรูปแบบการร่ายรำและบทเพลงไว้คงเดิม แล้วเสริมเพิ่มเติมเครื่องดนตรีสากลบรรเลงประสานตลอดการแสดง

     ชุดที่ 4 วีรชัยลิง หยิบยกเรื่องราวบางส่วนจากวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์” นำมาบอกเล่าในรูปแบบของหุ่นละครเล็ก มี “หนุมาน” แม่ทัพแห่งกองทัพวานรผู้เกรียงไกรเป็นตัวชูโรง ฉากนี้แสดงถึงความพร้อมพรักสามัคคีของกองทัพวานรในขณะที่เตรียมทัพตรวจพลก่อนเคลื่อนตัวสู่สมรภูมิ



 
การผสมผสานระหว่างศิลปะในยุคบาโรค (Baroque) กับศิลปะแบบไทยๆ
นำมาสู่งานสถาปัตยกรรมอันงามสง่าของ "โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์"

    

     ชุดที่ 5 ยกรบ ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่แห่งวรรณคดีอมตะเรื่อง “รามเกียรติ์” ในฉากที่พญายักษ์ “ทศกัณฐ์” จัดทัพเข้าประจัญบานกับฝ่าย “พระราม” แต่กลับโดนพระรามใช้ศรตีเจ็บปวดเจียนตายพ่ายแพ้จนต้องยกทัพกลับกรุงลงกาในที่สุด ฉากนี้มีการแสดงถึงความสลับซับซ้อนของท่าโขนซึ่งถูกนำมาใช้กับกลไกของหุ่นละครเล็ก

     ชุดที่ 6 เกี้ยวนาง – จับนาง จากตอน “นางลอย” ในวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์” สู่บทร้องอันแสนไพเราะและการแสดงสุดวิจิตรของ “อักษราหุ่นละครเล็ก” บอกเล่าเรื่องราวเมื่อคราวที่ “ทศกัณฐ์” หลงใหลในความงดงามของ “นางสีดา” จำแลง (แท้จริง คือ “นางเบญจกาย” ผู้เป็นหลานปลอมตัวมา) จึงออกลีลาร่ายรำด้วยความอ่อนช้อย มีท่าทีเขินอายชายตา เป็นทศกัณฐ์ในภาคพิเศษเนื่องจากละทิ้งความฉกาจฉกรรจ์แห่งยักษ์มาอยู่ในรูปลักษณ์ของความอ่อนโยนเพื่อจะเกี้ยวนางสีดาจำแลง หลังจากนั้นนางสีดาจำแลงก็ได้ลอยน้ำไปเพื่อลวง “พระราม” แต่ถูกจับได้ว่าเป็นตัวปลอม จึงเหาะหนีขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วถูก “หนุมาน” ไล่จับได้ ภายหลังนางเบญจกาย (ผู้ซึ่งปลอมตัวมาเป็นนางสีดา) ก็ให้กำเนิดบุตรกับหนุมานในที่สุด

     ชุดที่ 7 กลองยาว – โปงลาง ศิลปินคณะ “อักษราหุ่นละครเล็ก” กว่า 40 ชีวิตร่วมกันเนรมิตความหรรษาของเทศกาลดนตรีพื้นบ้านภาคกลาง (กลองยาว) ประชันกับดนตรีพื้นถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โปงลาง) สนุกสนานไปกับการแสดงอันครื้นเครงของเหล่าหุ่นละครเล็กนักดนตรีพื้นบ้านที่เยื้องกรายร่ายรำกระทำลีลาประดุจดั่งว่ามีชีวิต

     ชุดที่ 8 โนรา จากการแสดงพื้นบ้านอันลือชื่อของภาคใต้ซึ่งต้องใช้ความชำนาญเฉพาะตัวที่จะบังคับส่วนต่างๆ ของร่างกายให้พลิ้วไหวไปตามจังหวะดนตรี นำมาผสมผสานเข้ากับการเชิดหุ่นละครเล็กจนกลายเป็น “โนรา” ที่มีลักษณะพิเศษซึ่งมีทั้งคนและหุ่นร่ายรำไปพร้อมๆ กัน



 
ฉากต่างๆ ที่ใช้ในการแสดงของ "อักษราหุ่นละครเล็ก" ได้รับการออกแบบอย่างประณีตบรรจง
จากซ้ายมาขวา คือ ภาพต้นแบบของฉาก "กินรีร่อน" และ "กลองยาว - โปงลาง"

 
ภาพต้นแบบของฉาก "วีรชัยลิง" และ "ระบำครุฑ"



     ชุดที่ 9 อารีดัง ระบำเกาหลีและบทเพลงชั้นเอก “อารีดัง” ได้ถูกถ่ายทอดออกมาโดยหุ่นละครเล็กที่สร้างขึ้นใหม่อย่างจำเพาะเจาะจง เพื่อนำเสนอศิลปะการแสดง “รำพัด” แบบเกาหลีอันละเอียดอ่อน สวยงาม ตระการตา

     ชุดที่ 10 ระบำเจ็ดนางฟ้า เป็นการแสดงหุ่นละครเล็กซึ่งแต่งกายในรูปลักษณะนางฟ้าของจีน ศิลปินคณะ “อักษราหุ่นละครเล็ก” ปรารถนาให้ความอ่อนหวานงดงามของการแสดงชุดนี้เป็นดุจดั่งคำอวยพรให้ผู้รับชมประสบแต่ความสุข คิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนา

     ชุดที่ 11 ระบำญี่ปุ่น หยิบจินตลีลาจากดินแดนอาทิตย์อุทัยมาเคล้าคลอด้วยบทเพลงชั้นเยี่ยม เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ “โจโจ้ซัง” เกอิชาแสนงามแห่งเมืองนางาซากิ ในบทละครจากมหาอุปรากรชื่อดังเรื่อง “Madam butterfly” การแสดงชุดนี้เป็นการแสดงที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับเวทีของโรงละครอักษรา โดยการนำเอาระบำร่มญี่ปุ่นอันสวยงามมาถ่ายทอดในแบบฉบับของหุ่นละครเล็ก

     ชุดที่ 12 ระบำกลองนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ์ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองปีมหามงคล พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา ทางคณะ “อักษราหุ่นละครเล็ก” จึงได้สร้างสรรค์การแสดงชุดใหม่ขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวาระดังกล่าว โดยมีการนำเอาระบำกลองซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติต่างๆ (ได้แก่ จีน , ญี่ปุ่น , เกาหลี และไทย) มาร่วมแสดงลีลาท่าทางประกอบการบรรเลงท่วงทำนองเพลงอันสอดคล้องพ้องประสาน เป็นการถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน อยู่เป็นมิ่งขวัญร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยสืบไป



 
ภาพต้นแบบของฉาก "ระบำญี่ปุ่น" และ "อารีดัง"

 
ภาพต้นแบบของฉาก "โนรา" และ "ศรีชัยสิงห์"


     การแสดงเต็มรูปแบบของ “อักษราหุ่นละครเล็ก” ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.โดยจะคัดเลือกการแสดง 8 – 9 ชุด จากทั้งหมด 12 ชุด มาหมุนเวียนแสดงในช่วงเวลาดังกล่าว (ไม่ได้แสดงครบหมดทั้ง 12 ชุด เนื่องจากมีความจำเป็นต้องซ่อมแซมหุ่นละครเล็กบางตัวในบางชุดการแสดงซึ่งชำรุดเสียหายอยู่เป็นระยะๆ ครับ) สำหรับการแสดงเต็มรูปแบบนี้จะเปิดการแสดงเฉพาะใน “โรงละครอักษรา” ตั้งแต่วันจันทร์ – พุธ วันละ 1 รอบ เวลา 19.30 – 20.30 น. ส่วนในช่วงวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์จะไม่มีการแสดงเต็มรูปแบบในโรงละครอักษรา แต่จะมีการแสดง Mini Show ของ “อักษราหุ่นละครเล็ก” ใน “ภัตตาคารรามายณะ” แทน โดยจัดแสดงวันละ 1 รอบ ตั้งแต่เวลา 18.30 – 19.00 น. ซึ่งการแสดง Mini Show นี้จะคัดเลือกการแสดงเพียงแค่ 4 – 5 ชุด จากทั้งหมด 12 ชุด มาหมุนเวียนแสดงในระยะเวลา ½ ชม.โดยปราศจากเทคนิคพิเศษทางด้านฉาก เวที แสง สี และเสียง (เนื่องจาก Mini Show ไม่ได้ทำการแสดงใน “โรงละครอักษรา” แต่จะแสดงอยู่บริเวณ “โซนหนุมาน” ของ “ภัตตาคารรามายณะ” ซึ่งเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร จึงไม่มีเทคนิคพิเศษด้านฉาก เวที แสง สี และเสียง ช่วยเสริมความโดดเด่นให้แก่การแสดง แต่ก็มีจุดเด่นตรงที่สามารถรับประทานอาหารไปพร้อมๆ กับชมการแสดงได้ครับ)



 
ภาพต้นแบบของฉาก "เกี้ยวนาง - จับนาง" และ "ระบำเจ็ดนางฟ้า"


ภาพต้นแบบของฉาก "ยกรบ"



     “ภัตตาคารรามายณะ” คิง เพาเวอร์ ดาวทาวน์ คอมเพล็กซ์ (King Power Downtown Complex) เป็นภัตตาคารซึ่งเปิดให้บริการในรูปแบบของบุฟเฟ่ต์นานาชาติ มีอาหารที่คัดสรรคุณภาพเป็นอย่างดีทั้งไทย , จีน ,  ญี่ปุ่น , ยุโรป และซีฟู้ด (seafood) รวมแล้วทั้งสิ้นกว่า 60 รายการ สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้คุณเลือกชิมลิ้มลองได้อย่างไม่รู้เบื่อ (ตัวอย่างรายการอาหารซึ่งทางทีมงานท่องเที่ยวได้มีโอกาสรับประทาน ณ ภัตตาคารรามายณะ เช่น ปลาแซลมอนรมควัน , กุ้งก้ามกรามนึ่ง , หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ , ข้าวปั้น , ข้าวห่อสาหร่าย , ปูอัด , ปลาดิบ , ยำสาหร่ายญี่ปุ่น , สลัดผัก , หมูอบ , เต้าหู้ทรงเครื่อง , กระเพาะปลา , ก๋วยจั๊บเวียดนาม , ฟองดูว์ช็อกโกแลต , ทาร์ตสตรอเบอร์รี่ , บลูเบอร์รี่พาย , คัสตาร์ด , ไอศกรีม , เหง้าบัวต้มน้ำตาล , ฯลฯ)



 
..............."ภัตตาคารรามายณะ" คิง เพาเวอร์ ดาวน์ทาวน์ คอมเพล็กซ์ ...............



     บรรยากาศโดยรวมของภัตตาคารามายณะให้ความรู้สึกที่เรียบหรูด้วยการตกแต่งภายในสไตล์ Postmodern เน้นการใช้รูปทรงเรขาคณิตธรรมดาๆ ในพื้นที่หลัก แล้วเสริมความโดดเด่นด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังซึ่งบอกเล่าเรื่องราวบางส่วนจากวรรณคดีอมตะเรื่อง “รามเกียรติ์” พร้อมทั้งจัดวางตู้กระจกกรุขอบด้วยกรอบไม้ลวดลายไทยและบรรจุหุ่นละครเล็กไว้ภายในตีขนาบพื้นที่ด้านข้างทั้งสองฟากสร้างเอกลักษณ์ให้แก่ภัตตาคารได้อย่างลงตัว อาหารแต่ละชนิดถูกเรียงแยกประเภทเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ สวยงาม น่ารับประทาน นอกจากนี้ยังมีพ่อครัวซึ่งพร้อมจะปรุงอาหารให้คุณแบบสดๆ ใหม่ๆ ประจำอยู่ตามจุดบริการต่างๆ โดยรอบภัตตาคารรามายณะอีกด้วย

     เพื่อเติมเต็มอรรถรสแห่งความสุนทรี ในบางช่วงเวลาทางภัตตาคารรามายณะจะจัดการแสดงดนตรีไทยแบบสดๆ ขึ้นภายในห้องอาหาร โดยมีศิลปินเดี่ยวสาวสวยซึ่งแต่งกายด้วยชุดไทยโบราณมานั่งบรรเลงบทเพลงอันไพเราะจาก “ขิม” หรือ “จะเข้” ขับกล่อมให้นักเที่ยวเพลิดเพลินจนอิ่มเอมไปทั้งกายและหัวใจเลยทีเดียว



 
"น้ำพุช็อกโกแลต" กับ "นักดนตรีสาว" ซึ่งมานั่งบรรเลงบทเพลงอันไพเราะ
ขับกล่อมให้คุณฟังระหว่างรับประทานอาหาร



     ภัตตาคารรามายณะสามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวได้สูงสุดถึง 600 ที่นั่ง (เท่ากันกับจำนวนที่นั่งภายใน “โรงละครอักษรา” ) เปิดให้บริการอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันตั้งแต่เวลา 11.00 – 14.30 น. (มื้อกลางวันไม่มีการแสดง Mini Show “อักษราหุ่นละครเล็ก” และไม่มีมุมอาหารซีฟู้ดเปิดให้บริการ แต่มีอาหารทะเลปรุงสำเร็จที่สามารถเลือกตักรับประทานได้ครับ) และมื้อค่ำตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.30 น. ผู้ที่ซื้อบัตรรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำพร้อมชมการแสดง Mini Show “อักษราหุ่นละครเล็ก” ณ ภัตตาคารรามายณะในช่วงวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ แนะนำว่าควรมาถึงคิง เพาเวอร์ ดาวทาวน์ คอมเพล็กซ์ (King Power Downtown Complex) ก่อนเวลา 17.50 น.เนื่องจากการแสดง Mini Show จะเล่นเพียงแค่รอบเดียวในเวลา 18.30 – 19.00 น.เท่านั้น (นักท่องเที่ยวที่ซื้อบัตรชมการแสดง Mini Show “อักษราหุ่นละครเล็ก” + บัตรรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ ณ ภัตตาคารรามายณะจะได้รับการจัดที่นั่งพิเศษให้อยู่ใน “โซนหนุมาน” แยกกันกับนักท่องเที่ยวที่ซื้อเฉพาะบัตรรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำธรรมดาๆ อย่างชัดเจนครับ)





....................ความอ่อนหวาน....................



     สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรชมการแสดงเต็มรูปแบบของ “อักษราหุ่นละครเล็ก” ใน โรงละครอักษรา พร้อมกับบัตรรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ ณ ภัตตาคารรามายณะในช่วงวันจันทร์ – พุธ ควรวางแผนให้รอบคอบว่าจะเลือกเดินทางมารับประทานอาหารก่อนแล้วค่อยไปชมการแสดง หรือจะเลือกชมการแสดงก่อนแล้วค่อยกลับมารับประทานอาหาร เนื่องจากมีช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันระหว่างการรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ ณ ภัตตาคารรามายณะ (17.00 – 21.30 น.) กับการแสดงเต็มรูปแบบของ “อักษราหุ่นละครเล็ก” ภายในโรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ (19.30 – 20.30 น.) ซึ่งทีมงานท่องเที่ยวดอทคอม (www.thongeaw.com) แนะนำว่าควรเลือกเดินทางมาถึงคิง เพาเวอร์ ดาวทาวน์ คอมเพล็กซ์ (King Power Downtown Complex) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เพื่อรับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารรามายณะให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วจึงไปรอชมการแสดงภายในโรงละครอักษราซึ่งตั้งอยู่ติดกันจะดีที่สุด (หากเลือกชมการแสดง “อักษราหุ่นละครเล็ก” ในโรงละครอักษราก่อนแล้วจึงค่อยกลับมารับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารรามายณะ คุณจะต้องเร่งรีบรับประทานอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันเวลาภัตตาคารปิด นอกจากนี้อาจไม่มีอาหารบางรายการเหลือให้คุณเติมลงกระเพาะน้อยๆ ของคุณแล้วก็เป็นได้)



 
แถวของโต๊ะที่จัดเรียงอาหารอันหลากหลายเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
กับ บรรยากาศภายใน "โซนหนุมาน" ของภัตตาคารรามายณะ



     การเชิด “หุ่นละครเล็ก” ถือเป็นศิลปะการแสดงอันเก่าแก่ มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ ถึงแม้ว่าการเชิดการแสดงหุ่นละครเล็กในปัจจุบันจะได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้มีความร่วมสมัยและมีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้นโดยการใช้เทคนิคทางด้านฉาก เวที แสง สี เสียงต่างๆ เข้ามาเสริม แต่ท่วงท่า ทำนอง ลีลาการร่ายรำ รวมถึงวิธีการประดิษฐ์หุ่นละครเล็กนั้นก็ยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมเอาไว้อยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่งซึ่งรัก ชื่นชอบ หลงใหลในศิลปะการแสดงแบบโบราณของไทย หรืออาจจะเป็นเพียงแค่บุคคลที่สงสัยใคร่อยากรู้อยากเห็นว่าการเชิดหุ่นละครเล็กเป็นเช่นไร ? การเลือกเดินทางมาชม “อักษราหุ่นละครเล็ก” แห่งโรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ พร้อมๆ กันกับรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ ณ “ภัตตาคารรามายณะ” น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีและคุ้มค่าสำหรับช่วงเวลาพักผ่อนของคุณ




     เวลาให้บริการ :

     อักษราหุ่นละครเล็ก

     - การแสดงเต็มรูปแบบของ “อักษราหุ่นละครเล็ก” ในโรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์
     เปิดแสดงเฉพาะวันจันทร์ – พุธ วันละ 1 รอบ เวลา 19.30 – 20.30 น.

     -การแสดง Mini Show ของ “อักษราหุ่นละครเล็ก” ในโซนหนุมาน ภัตตาคารรามายณะ
     เปิดแสดงเฉพาะวันพฤหัสบดี – อาทิตย์ วันละ 1 รอบ เวลา 18.30 – 19.00 น.
     จำหน่ายบัตรชมการแสดง Mini Show ร่วมกับบัตรรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำเท่านั้น

     ภัตตาคารรามายณะ

     - บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน         เปิดให้บริการเวลา 11.30 – 14.00 น.
     - บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ                  เปิดให้บริการเวลา 17.00 – 21.30 น.              

     การเดินทางสู่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ – ภัตตาคารรามายณะ :
     ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ ดาวทาวน์ คอมเพล็กซ์ (King Power Downtown Complex)  
     เลขที่ 8/1 ถนนรางน้ำ (ซอยรางน้ำ) แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

     ขอขอบคุณ : เจ้าหน้าที่กลุ่มบริษัท “คิง เพาเวอร์ (King Power)” ผู้เกี่ยวข้องทุกๆ ท่าน , ข้อมูลอ้างอิงบางส่วนจากกระทรวงวัฒนธรรม , มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และวิกิพีเดีย



แผนที่การเดินทางสู่ อักษราหุ่นละครเล็ก - ภัตตาคารรามายณะ


    






แผนผังเว็บไซต์ (Site Map)




บทความและภาพทุกภาพภายในเว็บไซต์หน้านี้ได้รับการสนับสนุนลิขสิทธิ์โดยถูกต้องตามกฎหมาย
ในฐานะที่ท่องเที่ยวดอทคอม (www.Thongteaw.com)
เป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรชมการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก - บัตรรับประทานอาหารภัตตาคารรามายณะ
หากผู้ใดทำการคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไขหรือนำไปใช้ในกรณีใด ๆ
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากทางทีมงาน จะถูกดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด


Copy right © Since 2008 by Thongteaw.com - All Rights Reserved
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็คโทรนิคส์ 3102201494154